เปิดขาขึ้น! ธุรกิจ “หมา-แมว” ภูเก็ต โตยาว 20 ปี พุ่งกระโดดหลังโควิด เจาะลึกโมเดล One Stop Pet Care ที่กำลังครองเมือง
🔴🐾 เปิดขาขึ้น! ธุรกิจ “หมา-แมว” ภูเก็ต โตยาว 20 ปี
พุ่งกระโดดหลังโควิด เจาะลึกโมเดล One Stop Pet Care ที่กำลังครองเมือง
🐶 วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ My Front Yard” เปิดฉากความร่วมมือ ยกระดับบริการเพื่อคนรักสัตว์ ในวงการธุรกิจที่ดูแลสัตว์เลี้ยงในจังหวัดภูเก็ตกะแสตอบรับกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ “My Front Yard” ผนึกกำลังกับ “PIPC” เปิดตัวบริการรถรับ-ส่งสุนัขและแมวด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) อย่างเป็นทางการ ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ “การเปิดตัวบริการรถรับ-ส่งน้องหมาน้องแมวด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)” โดยมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่าย ได้แก่ นายปรม เทพบุตร ผู้บริหารโครงการ My Front Yard และนายนพัตธร เพชรโชติ กรรมการผู้จัดการ PIPC พร้อมด้วยนางสาวกัณภัคณัฐ พรหมมา ตัวแทนผู้ใช้บริการ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาบริการสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่
🚗 เปิดให้บริการ EV รับ-ส่งสัตว์เลี้ยง จุดเปลี่ยนวงการ Pet Service โดยจุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้คือบริการรถรับ-ส่งสัตว์เลี้ยงด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่ง PIPC พัฒนาขึ้นจากการรับฟังเสียงสะท้อนของลูกค้าที่เผชิญปัญหาด้านการเดินทางและข้อจำกัดด้านเวลาในการพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์หรือรับบริการต่าง ๆ โดยรถ EV จะรับสุนัขและแมวจากที่พักของเจ้าของ ไปยังสถานประกอบการ และส่งกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานการดูแลของ PIPC ตลอดกระบวนการ ช่วยลดภาระของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีเวลาจำกัด และสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอนของการให้บริการ พร้อมยังตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกด้วยการใช้พลังงานสะอาดควบคู่กันไป
🏥 มาทำความรู้จัก PIP C ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยงครบวงจร ตั้งแต่เกิดจนแก่ โดยผู้บริหาร PIP C (National Care Center) เปิดเผยว่าธุรกิจของบริษัทวางตัวเป็นศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร หรือ One Stop Pet Care ที่ให้บริการสัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลสัตว์ ร้านเพ็ทช็อป ร้านอาบน้ำ-ตัดขน (Grooming) โรงแรมสัตว์ (Pet Hotel) และบริการรับ-ส่งสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันขยายสาขากระจายทั่วภูเก็ตแล้วทั้งเชิงทะเล วิชิต โบ๊ทอเวนิว และฉลอง พร้อมเดินหน้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติม และตั้งเป้าขยายโรงพยาบาลสัตว์ให้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง
📊 เจาะตัวเลขจริง! My Front Yard รับ 10-15 ตัวต่อวัน แต่รวมทุกสาขาพุ่งถึง 60-80 ตัว โดยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจคือ หากดูเฉพาะสาขา My Front Yard เพียงแห่งเดียว จะรับสัตว์เลี้ยงเข้าใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 10-15 ตัวต่อวัน แต่เมื่อรวมทุกสาขาของเครือข่ายทั่วภูเก็ต ยอดรวมจะพุ่งไปถึง 60-80 ตัวต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์การขยายสาขาแบบกระจายตัวทั่วเมือง คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถรองรับดีมานด์มหาศาลได้ โดยเฉพาะบริการ Grooming ที่มีลูกค้าจองคิวล่วงหน้าเฉลี่ยประมาณ 3 วัน จึงแนะนำให้ลูกค้าจองคิวและรถรับ-ส่งพร้อมกันล่วงหน้า เพราะการอาบน้ำใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่หากรวมขั้นตอนรับ-ส่งจะใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงต่อครั้ง
📈 โควิดคือจุดเปลี่ยน! ทำไมตลาดสัตว์เลี้ยงภูเก็ตโตแบบก้าวกระโดด โดยนายนพัตธร เพชรโชติ กรรมการผู้จัดการ PIPC ระบุว่า ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตต่อเนื่องมากว่า 20 ปี แต่หลังสถานการณ์โควิด-19 กลับเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างชัดเจน ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากคนเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น มองสัตว์เลี้ยงเป็น “สมาชิกในครอบครัว” คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าหรือไม่มีบุตรแต่เลือกเลี้ยงสัตว์แทน ประกอบกับชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในภูเก็ตมีจำนวนมาก และโครงการบ้าน-คอนโดรุ่นใหม่ที่รองรับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบริการรักษา อาบน้ำ ตัดขน ฝากเลี้ยง และซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงเติบโตตามไปด้วย
🐱 เทรนด์ใหม่! คนเลี้ยงแมว หมา มากขึ้น สัตว์ตัวเล็กครองเมือง แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือคนเลี้ยงแมวมากขึ้น และสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจากบ้านมีพื้นที่เล็กลงและคอนโดมิเนียมเพิ่มจำนวนขึ้น ส่วนพันธุ์สุนัขยอดนิยม ได้แก่ ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน คอร์กี้ บีเกิล และเฟรนช์บูลด็อก ขณะที่ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้ายังอยู่ที่สุนัข 50% แมว 50% แต่แนวโน้มแมวมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเหมาะกับการเลี้ยงในพื้นที่จำกัดมากกว่า
🗺️ พื้นที่ฉลอง-วิชิต-เมืองภูเก็ต คือ ฐานที่มั่นของคนเลี้ยงสัตว์ ส่วนเกาะแก้ว-พื้นที่รอบนอกจ่อโตแรง
พื้นที่ที่มีผู้เลี้ยงสัตว์หนาแน่นที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ ฉลอง วิชิต และตัวเมืองภูเก็ต ขณะที่โซนเกาะแก้ว-โคกกลอยตามแนวการขยายเมือง ถูกจับตามองว่าจะมีแนวโน้มเติบโตสูงในอีก 5-10 ปีข้างหน้า จากการขยายตัวของหมู่บ้านจัดสรรและที่อยู่อาศัยใหม่ที่ผุดขึ้นต่อเนื่อง
⚡ การแข่งขันดุแต่ไปต่อได้! จุดแข็งเน้นการบริการแบบครบวงจร + EV ช่วยลดต้นทุน ซึ่งตลาดสัตว์เลี้ยงภูเก็ตมีการแข่งขันสูง ปัจจุบันมีทั้งโรงพยาบาลสัตว์ คลินิก ร้าน Grooming และร้านเพ็ทช็อปรวมกันมากกว่า 100 แห่งทั่วจังหวัด แต่ผู้ประกอบการมองว่าจุดแข็งของตนคือ การบริการที่ครบวงจร มีหลายสาขา มีโรงพยาบาลสัตว์ ระบบรับ-ส่ง และเน้นการดูแลลูกค้าเป็นหลัก ล่าสุดยังริเริ่มนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้รับ-ส่งสัตว์เลี้ยงทั่วจังหวัด เพื่อลดต้นทุนน้ำมัน ลดค่าบริการให้ลูกค้า สนับสนุนการลดมลภาวะ และเพิ่มความสะดวกให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังเผชิญปัญหาขาดแคลนช่าง Grooming ฝีมือดี บุคลากรเฉพาะทางหายาก การแข่งขันด้านราคา และต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น
💰 ก่อนเลี้ยง หมา-แมว ต้องรู้! ค่าใช้จ่ายและโรคที่พบบ่อย แนะนำว่าก่อนตัดสินใจเลี้ยงสัตว์ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว ทั้งค่าอาหาร วัคซีน ยาป้องกันเห็บหมัด ค่ารักษา ค่าอาบน้ำ-ตัดขน และค่าตรวจสุขภาพ เพราะสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนหลายปี เจ้าของจึงควรมีความพร้อมทั้งด้านการเงินและเวลา โรคที่พบบ่อยได้แก่โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน โรคจากเห็บและหมัด โรคติดเชื้อ และโรคในสัตว์สูงอายุ เมื่อสุนัขอายุประมาณ 7 ปี และแมวอายุประมาณ 6 ปี ควรพาไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ส่วนค่าบริการโดยเฉลี่ย อาบน้ำสุนัขขนาดเล็กเริ่มต้นราว 200-300 บาท ค่ารับ-ส่งเริ่มต้น 100 บาท และหากซื้อสินค้าหรือใช้บริการครบ 1,000 บาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์รับ-ส่งฟรีตามเงื่อนไขบริษัท
🐕 แมวเครียดง่ายกว่าหมา! เทคนิคดูแลเฉพาะทางที่ลูกค้าอาจไม่รู้ คืออีกหนึ่งข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ คือ แมวดูแลยากกว่าสุนัข เพราะเครียดง่าย กลัวเสียง และไม่ชอบสถานที่แปลกใหม่ ทางร้านจึงต้องมีอุปกรณ์เฉพาะสำหรับเป่าขนแมวเพื่อลดความเครียดระหว่างให้บริการ ขณะที่สุนัขส่วนใหญ่ดูแลง่ายกว่า ยกเว้นบางตัวที่ขี้กลัวหรือมีนิสัยดุ ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญเฉพาะทางของทีมงาน
🚀 นายนพัตธร กล่าวต่ออีกว่า ในฐานะผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าตลาดสัตว์เลี้ยงในภูเก็ต ยังเติบโตได้อีกมาก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งจำนวนผู้อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามามากขึ้น คอนโดและหมู่บ้านแบบ Pet Friendly ที่ขยายตัว คนรุ่นใหม่ที่เลี้ยงสัตว์แทนการมีบุตร และเจ้าของสัตว์ที่ยอมลงทุนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีแผนขยายสาขา เพิ่มบริการ และยกระดับโรงพยาบาลสัตว์ให้ครอบคลุมครบวงจรมากยิ่งขึ้นในอนาคต
🔍 จากตัวเลขการเข้ามาใช้บริการ เฉลี่ย “10-15 ตัวต่อวันต่อสาขา แต่รวมทุกสาขาพุ่งถึง 60-80 ตัวต่อวัน” คือหลักฐานชัดเจนว่ากลยุทธ์หัวใจของธุรกิจนี้ไม่ใช่การขยายขนาดของสาขาเดียวให้ใหญ่ที่สุด แต่คือการกระจายเครือข่ายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีดีมานด์สูงอย่างฉลอง วิชิต และตัวเมือง เพื่อดักจับลูกค้าให้ได้มากที่สุดในรัศมีที่เดินทางสะดวก ซึ่งเป็นโมเดลที่เหมาะกับพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีเวลาจำกัดและต้องการความสะดวกสูง
เมื่อผนวกกับสัญญาณเทรนด์แมวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และพื้นที่โซนเกาะแก้ว-โคกกลอย ที่จ่อเป็นทำเลทองแห่งใหม่ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ธุรกิจ Pet Care ในภูเก็ต จึงยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก แม้จะมีคู่แข่งกว่า 100 รายในตลาด แต่ผู้ประกอบการที่วางระบบครบวงจร มีเครือข่ายสาขา และใช้เทคโนโลยี EV ลดต้นทุนได้ก่อน จะมีความได้เปรียบในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดระยะยาว
เขียนเรียบเรียงข้อมูลและภาพโดย : Phuket Price
#ภูเก็ต #ธุรกิจสัตว์เลี้ยง #PetFriendly #PIPC #MyFrontYard #OneStopPetCare #คนรักสัตว์ #น้องหมาน้องแมว #PetEconomy #Grooming #รถEV #Phuketprice


























































