ม.อ.ภูเก็ต ผนึกพันธมิตรเร่งเครื่อง “ภาคใต้เมืองเขียว” สู่ปี 2040 ชูรีไซเคิล–ลดขยะอาหาร–พลังงานสะอาด ตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจสีเขียว 5 หมื่นล้านบาทต่อปี
🔴🌱 ม.อ.ภูเก็ต ผนึกพันธมิตรเร่งเครื่อง “ภาคใต้เมืองเขียว” สู่ปี 2040 ชูรีไซเคิล–ลดขยะอาหาร–พลังงานสะอาด ตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจสีเขียว 5 หมื่นล้านบาทต่อปี
🏝️ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผนึกกำลังกฎบัตรไทย สมาคมการผังเมืองไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และเครือข่ายด้านเทคโนโลยี เดินหน้าทบทวนแผนขับเคลื่อนภาคใต้สู่ “เมืองเขียว เมืองพลังงานสะอาด เมืองสุขภาพ และเศรษฐกิจมูลค่าสูง” ภายใต้กรอบ Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 ตั้งเป้าการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบภายในปี 2040 โดยให้ความสำคัญกับการลดขยะอาหาร การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการออกแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
🌿 เวทีรวมพลังภาครัฐ–เอกชน–การศึกษา โดยการแถลงข่าวและเสวนาจัดขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และเครือข่ายการพัฒนาเมืองร่วมให้ข้อมูล ประกอบด้วย รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี ม.อ.ภูเก็ต, นายเมธาพงศ์ อุปัติศฤงค์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต, นายภูวนารท ยกฉวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีเซ็นต์ เทคโนโลยี จำกัด, นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด, นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทยและเลขานุการกฎบัตรไทย, ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานกรรมการ EEC Engineering Network/The Novo Expo และนายไวฑฑ อุปัติศฤงค์ ประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด พร้อมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วม
♻️ “ขยะอาหาร” สู่ทรัพยากรใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผนเมืองเขียว คือการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะ ขยะอาหาร (Food Waste) ที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงกับแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจชีวภาพ แนวทางดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียง “กำจัดขยะ” แต่ต้องการเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากร ลดภาระการจัดเก็บและกำจัดของเสีย ลดมลภาวะ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับท้องถิ่น ส่วนเป้าหมายสำคัญที่วางไว้ภายในปี 2040 คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 50 แห่ง สามารถลดขยะอาหารได้ถึง 80% ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะเป็นการเปลี่ยนระบบจัดการขยะจากแนวทาง “ปลายทาง” ไปสู่การป้องกันและใช้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นทาง
⚡ เร่งเปลี่ยนเมืองสู่พลังงานสะอาด คือ อีกหนึ่งแกนยุทธศาสตร์คือการลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานใน 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ อาคาร การเดินทางและขนส่ง และการบริโภค
รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี ม.อ.ภูเก็ต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในการเป็นแกนกลางจัด Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 ระหว่างวันที่ 24–26 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุม ม.อ.ภูเก็ต เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมกับการพัฒนาเมืองจริง
ขณะเดียวกัน สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้อนุมัติจัดตั้ง สถาบันขั้นสูงเพื่อระบบสุขภาพที่ยั่งยืน (AISHS) เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาการแพทย์ขั้นสูง รวมถึงการผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
🏥 ผสาน “เมืองเขียว” กับ “เมืองสุขภาพ” โดยการพัฒนาภาคใต้ในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงไปถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจสุขภาพ โดยมุ่งผลักดันภาคใต้ให้เป็น ศูนย์กลางการแพทย์และเมืองสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ หรือ Wellness Real Estate ซึ่งทางภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล โรงแรม และสถาบันการศึกษาจึงถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเมืองสีเขียว ทั้งการใช้พลังงานสะอาด อาคารประหยัดพลังงาน การจัดการขยะ และการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาพของประชาชน
🤝 4 เจตจำนงความร่วมมือ เปลี่ยนแผนสู่การลงมือทำ
นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทยและเลขานุการกฎบัตรไทย เปิดเผยว่า ภายในงานจะมีการลงนามเจตจำนงความร่วมมือ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1️⃣ เมืองพลังงานสะอาด — ผลักดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์สู่การใช้พลังงานสะอาด
2️⃣ ลดขยะอาหารและเศรษฐกิจหมุนเวียน — ลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทางและเพิ่มมูลค่าทรัพยากรเหลือใช้
3️⃣ ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ — สนับสนุนภาคใต้สู่ศูนย์กลางการแพทย์และเมืองสุขภาพ
4️⃣ เมืองเขียว เมืองนิเวศ และเมืองยืดหยุ่น — พัฒนาเมืองให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
ความร่วมมือดังกล่าวมี องค์การบริหารส่วนจังหวัดในภาคใต้ 10 แห่ง เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล 75 แห่ง รวมถึงผู้ประกอบการโรงพยาบาล โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการแพทย์อีกกว่า 50 แห่ง เข้าร่วม
🧪 14 เวทีความรู้–5 โปรแกรมปฏิบัติการ รองรับผู้เข้าร่วม 800 คน สำหรับกิจกรรมภายในงาน วันที่ 25–26 กันยายน 2569 จะมีการจัดบรรยายกลุ่มย่อยรวม 14 หัวข้อ ครอบคลุมเมืองเขียว เมืองการแพทย์ การออกแบบอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยสำหรับคนทุกกลุ่ม การลดขยะตั้งแต่ต้นทาง การจัดการขยะอาหาร และการลดมลภาวะ
ขณะเดียวกันยังมี 5 โปรแกรมปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ช่าง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้นำชุมชน ได้แก่
♻️ การแปลงขยะอาหารให้เกิดประโยชน์
🏢 การปรับปรุงระบบปรับอากาศในโรงพยาบาลและอาคารขนาดใหญ่
🏥 เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง
🏨 แพลตฟอร์มบริหารโรงแรมสีเขียว หรือ Green Hotel
🚶 การสร้างย่านการเดิน ย่านแฟชั่น และย่านอาหาร เปิดโอกาสให้ อบจ. เทศบาล อบต. โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนมัธยมศึกษา และสถาบันการศึกษาในภาคใต้เข้าร่วม โดยสามารถรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการได้มากถึง 800 คน
🏗️ 3 โซนนวัตกรรม โชว์ภาพเมืองเขียวปี 2040
พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่
โซน A อสังหาริมทรัพย์ วัสดุนวัตกรรม เมืองและอาคารเขียว
โซน B เทคโนโลยีและการปฏิบัติการด้านขยะอาหารและมลภาวะ
โซน C เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมการจัดแสดงแนวคิดเมืองเขียว
โดยมุ่งนำเสนอแนวคิดการพัฒนา Walkable Urban Place, Green Building และ Green Infrastructure รวมถึงระบบจัดการน้ำ พื้นที่สีเขียวและต้นไม้ใหญ่ ระบบระบายอากาศ พลังงานทดแทนจากขยะ และพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่ โครงการ Wellness Real Estate และโครงการ Mixed-Use ที่ผสมผสานพื้นที่ค้าปลีก สำนักงาน และที่อยู่อาศัย เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทาง สนับสนุนการเดินและการใช้จักรยาน
🎯 ตั้งเป้า 2040: เมืองพลังงานสะอาด–ลดขยะ–เศรษฐกิจสีเขียว ภายใต้ความร่วมมือของ ม.อ. กฎบัตรไทย กรมควบคุมมลพิษ สวทช. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งเป้าภายในปี 2040 ให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่
🌱 อปท. พลังงานสะอาดในภาคใต้ ไม่น้อยกว่า 10 แห่ง
⚡ โรงแรม โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้พลังงานสะอาด ไม่น้อยกว่า 30 แห่ง
♻️ อปท. ที่สามารถลดขยะอาหารได้ 80% ไม่น้อยกว่า 50 แห่ง
💰 คาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่เป้าหมายด้านการลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ในระดับชุมชน จะมีการร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการประชุม
🔎 จาก “เมืองท่องเที่ยว” สู่ “เมืองสีเขียวมูลค่าสูง” สิ่งที่น่าสนใจของแผนขับเคลื่อนครั้งนี้ คือการนำเรื่อง สิ่งแวดล้อม สุขภาพ พลังงาน ขยะ และเศรษฐกิจ มาเชื่อมเป็นยุทธศาสตร์เดียวกัน โดยเฉพาะการลดขยะอาหารที่ไม่ได้มองเพียงเป็นภาระของท้องถิ่น แต่พยายามเปลี่ยนให้เป็นวัตถุดิบของเศรษฐกิจหมุนเวียน หากเป้าหมายลดขยะอาหารได้ 80% ใน 50 อปท. เกิดขึ้นจริง จะหมายถึงการลดภาระระบบจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจและนวัตกรรมใหม่จากการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกัน การผลักดันอาคาร โรงแรม โรงพยาบาล และอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้พลังงานสะอาด จะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเมือง
🎗 หัวใจสำคัญ จึงอยู่ที่การเปลี่ยนจาก “แนวคิดเมืองเขียว” ให้กลายเป็น “ระบบเมืองที่วัดผลได้” ทั้งปริมาณขยะที่ลดลง พลังงานที่ประหยัดได้ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “People and Planet First” ความสำเร็จของภาคใต้ในปี 2040 จึงไม่ได้วัดเพียงจำนวนโครงการสีเขียว แต่ต้องสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมืองใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขยะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์มากขึ้น และเศรษฐกิจสามารถเติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
📍 Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต โดยเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ให้เดินหน้าไปสู่การสร้าง “ภาคใต้เมืองเขียว” อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2040
#มอภูเก็ต #PSUPhuket #ThailandGreenestCities #GreenestCities #เมืองเขียว #ภาคใต้เมืองเขียว #ภูเก็ต #เมืองสุขภาพ #เศรษฐกิจสุขภาพ #พลังงานสะอาด #GreenCity #SustainableCity #รีไซเคิล #ขยะอาหาร #FoodWaste #CircularEconomy #เศรษฐกิจหมุนเวียน #GreenBuilding #GreenInfrastructure #WellnessRealEstate #NCDs #Phuketprice #PeopleAndPlanetFirst





























