PHIST 2026 ผลักดันแนวทาง “Whole Village” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่ออนาคตการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

🔴PHIST 2026 ผลักดันแนวทาง “Whole Village” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่ออนาคตการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

            ♦️ตลอดระยะเวลา 9 ปีแห่งความร่วมมือ PHIST ได้พัฒนาสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันตลอดทั้งปี ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และขยะ ที่กำลังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

            ♦️Phil Smith ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม PARKROYAL COLLECTION Marina Bay Singapore; Bjorn courage, ประธาน Phuket Hotels Association และ principal organisers of PHIST; Jayne MacDougall, ผู้อำนวยการบริหาร Phuket Hotel Association; Bill Barnett กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks

           🚩ภูเก็ต ประเทศไทย, กันยายน 2569 : อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจำเป็นต้องตระหนักว่า ความยั่งยืนเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแนวคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น โดย Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism (PHIST) ได้เน้นย้ำประเด็นดังกล่าวภายในงาน PHIST 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต

             ♦️​PHIST กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ได้พัฒนาจากงานด้านความยั่งยืนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สู่การเป็นเวทีสำคัญที่ขับเคลื่อนความร่วมมือและการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน พร้อมด้วยกิจกรรมเสวนา กิจกรรมเวิร์กช็อป และมาสเตอร์คลาสรวม 26 เซสชัน และมีวิทยากร 93 คน ผู้จัดแสดง 43 ราย และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร 13 แห่ง วิทยากรภายในงานประกอบด้วย KP Ho ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร Banyan Group, ดร. ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ Phil Smith ผู้จัดการทั่วไปของ Parkroyal Collection Marina Bay Singapore ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Pan Pacific Hotels Group

           ♦️​การเติบโตของ PHIST เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทาง และคุณภาพชีวิตของชุมชนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

           ♦️Bill Barnett ผู้ก่อตั้ง PHIST และกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ขอประเทศไทย แต่คือข้อพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรม การบริการของไทยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความใส่ใจ ทั้งต่อผู้เข้าพัก ชุมชน และแผ่นดิน ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพเพื่อถ่ายรูป สิ่งที่พิสูจน์ได้จริงคือสถานที่กำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน อากาศที่สะอาดพอให้ลูกหลานของเราได้หายใจ และแนวชายฝั่งที่ยังคงอยู่ต่อไปในอีกสิบปีข้างหน้า”

            ♦️Bjorn Courage ประธานสมาคมโรงแรมภูเก็ต (Phuket Hotels Association: PHA) ซึ่งเป็นผู้จัดงานหลักของ PHIST กล่าวว่า “อุตสาหกรรมโรงแรมไม่สามารถแก้ไขความท้าทายของจุดหมายปลายทางได้ด้วยการดำเนินงานแยกกันทีละโรงแรม อนาคตของภูเก็ตขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งโรงแรม ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันและเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ ความยั่งยืนต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริหารและพัฒนาจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่เป็นเพียงโครงการที่แยกออกจากการดำเนินธุรกิจหลัก”

           ♦️สามประเด็นสำคัญที่กำลังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ: ประเทศไทยกำลังเผชิญกับทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นภายในวัฏจักรสภาพภูมิอากาศเดียวกันมากขึ้น โดยข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ เดือนธันวาคม 2568 ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใน 5 จังหวัดภาคใต้ส่งผลกระทบต่อประชาชน 236,375 คน หรือ 84,450 ครัวเรือน ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำสำรองที่สามารถใช้การได้ทั่วประเทศคาดว่าจะลดลงจาก 17,245 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ 12,105 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่ได้รับอิทธิพลจากเอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงกลางปี 2570 นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนยังกลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อทั้งภาคการท่องเที่ยวและแรงงาน โดยกรมควบคุมโรครายงานว่า ในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจำนวน 63 ราย

           ♦️ต้นทุนจากมลพิษทางอากาศ: มลพิษทางอากาศกำลังกลายเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับวิกฤตด้านสุขภาพ โดยในเดือนมกราคม 2568 กรุงเทพมหานครต้องปิดโรงเรียน 437 แห่งภายในวันเดียว เนื่องจากระดับฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับที่เป็นอันตราย ขณะที่องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเมินว่า เด็กทั่วประเทศกว่า 13.6 ล้านคนเผชิญกับฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปัญหาหมอกควันอาจสร้างความเสียหายให้แก่กรุงเทพฯ ราว 3,000–6,000 ล้านบาทต่อเดือน จากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน

             ♦️มาตรฐานการจัดการขยะ: จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าสถานที่กำจัดขยะในประเทศไทยเพียง 111 แห่ง จากทั้งหมด 2,074 แห่ง หรือประมาณ 5% เท่านั้น ที่มีการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 27.8 ล้านตันต่อปี โดยราว 2 ล้านตันไหลลงสู่ทะเล สำหรับจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชายหาด หมู่เกาะ และกิจกรรมทางทะเลเป็นจุดดึงดูดสำคัญ การจัดการขยะจึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว

              ♦️จากแนวคิด “สีเขียว” สู่การลงมือร่วมกันปัจจุบัน PHIST กำลังผลักดันแนวทาง “Whole Village” ที่มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงแรม ภาคธุรกิจ ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ภาคการศึกษา และนักท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับจุดหมายปลายทางอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้

PHIST เรียกร้องให้มีการดำเนินงานในประเด็นสำคัญ ได้แก่:
• การรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน
• อากาศสะอาด ให้เป็นวาระสำคัญด้านสาธารณสุข ประสิทธิภาพในการทำงาน และการท่องเที่ยว
• การจัดการขยะ ให้ได้รับการยกระดับเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว
• การวัดผลด้านความยั่งยืน ผ่านตัวชี้วัดด้านพลังงาน น้ำ คาร์บอน ขยะ พลาสติก ความหลากหลายทางชีวภาพ และชุมชน
• การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน เพื่อทดแทนการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนแบบแยกส่วนหรือเฉพาะราย

              ♦️​PHIST มุ่งพัฒนาสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ การสร้างเครือข่าย และการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อร่วมสร้างภูเก็ตให้มีความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมแบ่งปันแนวทางและองค์ความรู้ไปยังจุดหมายปลายทางบนเกาะและพื้นที่ชายฝั่งอื่น ๆ

♦️สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน สามารถดูได้ที่: https://www.eventbrite.com/e/phuket-hotels-for-islands-sustaining-tourism-phist-2026-tickets-1986787341421