ฟังเสียงชุมชนไม้ขาว-พังงา ก่อนท่าเรือยอร์ชผุด เวทีที่ 2 ถกทางออก กองทุนเยียวยา-ผลกระทบประมง

🔴🚩 ฟังเสียงชุมชนไม้ขาว-พังงา ก่อนท่าเรือยอร์ชผุด เวทีที่ 2 ถกทางออก กองทุนเยียวยา-ผลกระทบประมง

              วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ห้องประชุมบัวแก้ว โรงแรมไม้ขาว ปาล์ม บีช รีสอร์ท ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ต่อร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พร้อมร่างมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือสำราญกีฬา “พอร์ต มัจฉานุ ซุปเปอร์ยอร์ช มารีน่า” โดยมี นายธรรมรงค์ ช่วยอักษร ปลัดอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน, ผู้แทนกลุ่มประมงพื้นบ้าน, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลไม้ขาว ,ผู้แทนจากจังหวัดพังงา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันสะท้อนข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง

              👨 โดย ดร.นฤพล ศรีตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในนามโครงการฯ กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอร่างผลการศึกษาและร่างมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนปรับปรุงรายงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์และนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตามขั้นตอนต่อไป

              🚩โครงการท่าเทียบเรือสำราญกีฬา พอร์ต มัจฉานุ ซุปเปอร์ยอร์ช มารีน่า ของบริษัท ภูเก็ต ซุปเปอร์ยอร์ช มารีน่า จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 177/6 หมู่ที่ 7 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลและเรือสำราญกีฬา เนื่องจากพื้นที่ตอนเหนือของเกาะภูเก็ตมีร่องน้ำที่มีความลึกเหมาะสม และมีศักยภาพด้านการจอดเรือ ประกอบกับผู้ประกอบการมีประสบการณ์ด้านธุรกิจท่าเรือยอร์ชและอู่ซ่อมเรือ จึงมีแนวทางขยายกิจการเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ ยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนคาดหวังให้เกิดการจ้างงานและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

                 🎗โครงการเข้าข่ายประเภทกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน EIA ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 สำหรับโครงการท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาที่รองรับเรือได้ตั้งแต่ 50 ลำขึ้นไป หรือมีพื้นที่ท่าเทียบเรือรวมตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป โดยโครงการได้มอบหมายให้บริษัท สิ่งแวดล้อมสยาม จำกัด เป็นที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานที่ผ่านมา โครงการได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 รวมทั้งดำเนินการสำรวจความคิดเห็นด้วยแบบสอบถามในช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน 2568 ก่อนเข้าสู่การรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอร่างผลการศึกษาและร่างมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบและแสดงความคิดเห็น

              🌊สำหรับพื้นที่ศึกษา กำหนดรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร จากที่ตั้งโครงการครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา รวม 2 อำเภอ 3 ตำบล และ 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และตำบลหล่อยูงกับตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ตั้งโครงการเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับชุมชนและผู้ใช้ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่โดยรอบ

             🛥ตามรายละเอียดโครงการ ท่าเทียบเรือออกแบบเป็นรูปตัว T มีความยาวหน้าท่าประมาณ 450 เมตร ล่วงล้ำลำน้ำประมาณ 288 เมตร รองรับเรือสำราญหรือเรือยอร์ชได้ประมาณ 40 ลำ พร้อมสะพานทางเข้า ทางเดินแบบทุ่นลอย ช่องจอดเรือ ท่าเติมน้ำมัน และระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางเดินเรือ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อกิจกรรมประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านสะท้อนข้อห่วงกังวล “ประมง–ทรัพยากรทะเล” ต้องตอบให้ชัด
🚩ส่วนข้อสรุปประเด็นสำคัญๆ จากเวทีนี้ ประกอบด้วย

             ♦️ ประเด็นสำคัญจากเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มาจากประชาชนและผู้ประกอบอาชีพประมงในพื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะความกังวล การก่อสร้างและการดำเนินงานของท่าเรืออาจส่งผลต่อพื้นที่ทำประมง เส้นทางสัญจรทางน้ำ และความปลอดภัยของชาวประมง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ประชาชนยังตั้งคำถามถึงมาตรการป้องกัน น้ำมันเชื้อเพลิงและการรั่วไหล รวมถึงระบบควบคุมและป้องกันตะกอนระหว่างการก่อสร้าง ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศชายฝั่ง ปะการัง สัตว์น้ำ และปริมาณขยะจากกิจกรรมของท่าเรือ

               ♦️ “เส้นทางเรือ–ความสูงเรือ” ประเด็นที่ต้องประเมินทั้งความปลอดภัยและผลกระทบ อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือเส้นทางเดินเรือและลักษณะของเรือที่จะเข้ามาใช้บริการ ทั้งในเรื่องขนาดและความสูงของเรือ รวมถึงผลกระทบต่อการเดินเรือของชาวประมงและผู้ใช้ประโยชน์จากคลองท่านุ่น ประชาชนจึงต้องการให้การศึกษาแสดงข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางเข้า–ออกของเรือ จุดตัดกับเส้นทางประมง มาตรการควบคุมความเร็วและความปลอดภัย ตลอดจนแนวทางบริหารจัดการในกรณีที่มีเรือขนาดใหญ่เข้ามาใช้พื้นที่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และวิถีชีวิตของชุมชน

               ♦️ ทรัพยากรทางทะเล ปะการัง การปล่อยปลาทดแทน และหญ้าทะเล มีข้อเสนอให้ทบทวนแผนปลูกฟื้นฟูหญ้าทะเลประมาณ 1,000 กอ ควรใช้กล้าพันธุ์จากแหล่งเพาะเลี้ยง ไม่ใช่เก็บจากแหล่งธรรมชาติ เพื่อไม่ให้การฟื้นฟูพื้นที่หนึ่งไปสร้างผลกระทบกับอีกพื้นที่หนึ่ง พร้อมเรียกร้องมาตรการคุ้มครองพะยูนและเต่าทะเลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดดำเนินการ

              ♦️ ส่วนมลพิษเสียงและแสงจากกิจกรรมเรือ ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงผลกระทบด้านมลพิษทางเสียงและแสงที่อาจเกิดจากกิจกรรมภายในเรือ ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชนโดยรอบ จึงขอให้กำหนดมาตรการป้องกันที่ชัดเจนและครบถ้วนในรายงานฉบับสมบูรณ์

               ♦️ ประเด็นสำคัญอีกด้านคือ ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากโครงการ โดยประชาชนต้องการเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่าการระบุในภาพรวม เช่น การจ้างงานคนในพื้นที่ โอกาสทางอาชีพ การสร้างรายได้ให้ชุมชน และกลไกที่ทำให้คนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงประโยชน์จากโครงการได้จริง

               ♦️ นอกจากนี้ยัง ได้นำข้อเสนอ “กองทุนเยียวยา–CSR” ต้องมีความชัดเจนและตรวจสอบได้ ประชาชนยัง ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดตั้ง กองทุนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงแนวทางการเยียวยา หากกิจกรรมของโครงการส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงหรือทรัพยากรธรรมชาติ โดยต้องการทราบว่าใครจะมีสิทธิได้รับการเยียวยา หลักเกณฑ์เป็นอย่างไร และจะมีหน่วยงานหรือกลไกใดเข้ามาตรวจสอบ ส่วนข้อเสนอด้าน CSR มีการตั้งคำถามถึงแนวทางการจัดตั้งกองทุนตั้งต้น และรูปแบบการนำงบประมาณไปใช้ประโยชน์เพื่อชุมชน โดยประชาชนต้องการให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถติดตามตรวจสอบได้

               ♦️ ส่วนข้อเสนอจากฝั่งจังหวัดพังงา ผู้แทนจากจังหวัดพังงาเสนอให้เพิ่มการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกเหนือจากเวทีทางการ พร้อมขอให้ระบุผลประโยชน์ที่ชุมชนแต่ละพื้นที่จะได้รับอย่างชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงเสนอให้จัดประชุมกลุ่มย่อยเพิ่มเติม สำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่สามารถเข้าร่วมเวทีหลักได้

                ♦️ สำหรับ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลในรายงาน มีเสียงสะท้อนว่า ข้อมูลบางส่วนในร่างรายงานยังไม่สอดคล้องกับสภาพการใช้ประโยชน์พื้นที่จริงของชุมชน จึงเรียกร้องให้ขยายขอบเขตการประเมินผลกระทบให้ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ ไม่จำกัดเฉพาะเขตโครงการ และให้สำรวจครอบคลุมทุกฤดูกาลเพื่อความแม่นยำ

               📣 เวทีในครั้งนี้ จึงได้สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางของโครงการหลังจากนี้ ไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “ทำได้หรือไม่” แต่อยู่ที่ “จะบริหารผลกระทบและสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้อย่างไร” โดยข้อเสนอทั้งหมด ทั้งเรื่องประมง ปะการัง หญ้าทะเล พะยูน เต่าทะเล ปลอยปลาทดแทน มลพิษเสียง-แสง กองทุนเยียวยา CSR เส้นทางเดินเรือ และการสำรวจความเห็นประจำปี จะถูกนำไปประกอบการปรับปรุงร่างรายงานก่อนเสนอต่อ สผ. ต่อไป

#Phuket #ภูเก็ต #ไม้ขาว #ถลาง #พังงา #ท่าเรือยอร์ช #ซุปเปอร์ยอร์ช #พอร์ตมัจฉานุ #EIA #สิ่งแวดล้อม #ประมงพื้นบ้าน #ปะการัง #หญ้าทะเล #พะยูน #เต่าทะเล #ชุมชน #รับฟังความคิดเห็น #ผลกระทบสิ่งแวดล้อม #PhuketPrice