มท.4 บุกภูเก็ต ปลดล็อกใบอนุญาตโรงแรมค้าง 400 ราย เดินหน้าล้างบางนอมินี-จัดโซนนิ่งสถานบริการ ตั้งเป้าเมืองท่องเที่ยวสะอาดถูกกฎหมาย

🔴มท.4 บุกภูเก็ต ปลดล็อกใบอนุญาตโรงแรมค้าง 400 ราย เดินหน้าล้างบางนอมินี-จัดโซนนิ่งสถานบริการ ตั้งเป้าเมืองท่องเที่ยวสะอาดถูกกฎหมาย

               วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น.ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ปมความขัดแย้งเรื้อรังระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวกับกฎระเบียบราชการในจังหวัดภูเก็ต กำลังถูกจับตาอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ด้วยตนเอง เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาที่สะสมมานานเกือบ 8 ปี พร้อมส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อธุรกิจนอมินีและกลุ่มทุนต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาแสวงหาประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย

              การลงพื้นที่นำโดย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เป็นประธานในพิธีมอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 29 แห่ง โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, รองผู้ว่าราชการจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ประกอบการและสื่อมวลชนเข้าร่วม

              หลังพิธีมอบใบอนุญาต มท.4 รับฟังการรายงานผลการปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งกลุ่มโรงแรมและสถานบริการ รวมถึงข้อเสนอเรื่องการปรับปรุงเขตพื้นที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการ หรือ “โซนนิ่ง” (Zoning) ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคเอกชนในพื้นที่เรียกร้องมาต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเมืองท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

                ส่วนการปลดล็อกใบอนุญาตค้างท่อ 400 ราย เร่งเครื่องเสร็จใน ก.ย.นี้ ส่วนประเด็นความคืบหน้าชัดเจนที่สุดของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการเร่งรัดพิจารณาใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ค้างสะสมมาตั้งแต่ปี 2561 กว่า 400 คำขอ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ผู้ประกอบการในภูเก็ตร้องเรียนมานาน เพราะในอดีตจังหวัดออกใบอนุญาตได้เพียงปีละ 30-40 ฉบับเท่านั้น

               นอกจากนี้ มท.4 ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตเร่งรัดพิจารณาและอนุมัติไปแล้วเกือบ 75% ของคำขอทั้งหมด เหลือราว 100 กว่าคำขอ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569นี้ จะเห็นได้ว่าในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา การออกใบอนุญาตไปแล้วกว่า 300 ฉบับ มากกว่าอัตราเฉลี่ยรายปี ของในอดีตหลายเท่าตัวจึงสะท้อนความพยายามเร่งแก้ปัญหาคอขวดราชการที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการมานาน

              ส่วนการปรับกฎหมายให้ทันยุค แต่ไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัย โดยทาง มท.4 ยังได้ระบุว่า รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้ได้มากที่สุด โดยได้รวบรวมข้อมูลอุปสรรคทางกฎหมาย ที่เป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการบางกลุ่ม เพื่อนำไปสู่การทบทวนปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ปัจจุบันมากขึ้น ทั้งนี้ ยังได้ย้ำชัดว่าการปรับปรุงกฎหมายจะต้องไม่กระทบมาตรฐานความปลอดภัย ความมั่นคง และประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ พร้อมส่งสัญญาณแบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยระบุว่าผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ต้องกังวลเพราะภาครัฐพร้อมสนับสนุน ขณะที่ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยงจะต้องถูกดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพราะถือเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง

                ส่วนเรื่อง การล้างบางนอมินี-สอบสัญชาติกลุ่มเสี่ยงเป็นอีกหนึ่งวาระที่สำคัญ คือ การปราบปรามธุรกิจนอมินี ซึ่งรัฐบาลยืนยันเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อเนื่อง หลายคดีเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจแล้ว และยังมีอีกหลายคดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป

                สำหรับกรณี ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการถือครองสัญชาติหรือสิทธิของบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในพื้นที่ นายวรศิษฎ์ (มท.4) ระบุว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่าได้มาซึ่งสิทธิหรือสัญชาติโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แต่หากพบการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด

                นอกจากนี้ ได้สั่งเร่งสอบ กรณีที่มีข่าวคนไทยที่ถูกคุกคามจากชาวต่างชาติบางกลุ่ม ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือ กรณีมีรายงานว่าคนไทยบางส่วนถูกข่มขู่ คุกคาม หรือได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของชาวต่างชาติบางกลุ่มในพื้นที่ โดยทางง มท.4 ได้ยืนยันว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และจะลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเองอีกครั้ง โดยย้ำจุดยืนของรัฐบาลว่าจะไม่ยอมให้ประชาชนคนไทยถูกคุกคามหรือได้รับผลกระทบจากผู้ที่เข้ามาพำนักหรือประกอบกิจการในประเทศไทย โดยไม่เคารพกฎหมาย

                 นายวรศิษฎ์ (มท.4) ได้กล่าวปิดท้ายและสรุปทิศทางการทำงานของกระทรวงมหาดไทย ในภูเก็ตว่า ขณะนี้กำลังขับเคลื่อนสองภารกิจหลักคู่ขนานกัน คือ การจัดระเบียบธุรกิจโรงแรม ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และการปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูเก็ต ในระยะยาว

                 จากการวิเคราะห์ ความท้าทายเบื้องหลังตัวเลขความสำเร็จ ในการลงพื้นที่ของ มท.4 ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานในภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูงสุดของประเทศ แต่ก็เผชิญปัญหาคาราคาซังระหว่างการเติบโตของธุรกิจ กับข้อจำกัดทางกฎหมายมายาวนาน ตัวเลขการออกใบอนุญาตที่พุ่งจากปีละ 30-40 ฉบับ เป็นกว่า 300 ฉบับ ในเวลาเพียง 2 เดือน ถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจคลายแรงกดดันของผู้ประกอบการรายย่อย ที่รอความชัดเจนมานาน และอาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การลงทุนในพื้นที่

                อย่างไรก็ตาม มีอย่างน้อย 3 ประเด็น ที่ต้องจับตาต่อ ส่วนปรเด็นที่หนึ่ง ความยั่งยืนของการเร่งรัดงานในระดับนี้ว่าจะรักษาไว้ได้หลังพ้นกระแสข่าวหรือไม่

               ประเด็นที่สอง การปรับปรุงกฎหมายที่ระบุว่าจะ “ไม่กระทบมาตรฐานความปลอดภัย” ในทางปฏิบัติจะสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจกับการควบคุมความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด

              และประเด็นที่สาม การปราบปรามนอมินีและการตรวจสอบสัญชาติ ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนทั้งมิติกฎหมายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งทางสังคมหรือกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในระยะยาว

                ส่วนความสำเร็จที่แท้จริงของนโยบายนี้ จะไม่ได้วัดจากจำนวนใบอนุญาตที่ออกได้ในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องติดตามต่อว่าโครงสร้างการกำกับดูแลธุรกิจท่องเที่ยวและสถานบริการในภูเก็ต จะเดินหน้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนได้จริงในระยะยาวหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป

#มหาดไทย #มท4 #วรศิษฎ์เลียงประสิทธิ์ #ภูเก็ต #ท่องเที่ยวภูเก็ต #ใบอนุญาตโรงแรม #ธุรกิจนอมินี #Zoning #สถานบริการ #เศรษฐกิจไทย #ข่าวการเมือง #Phuketprice