สมาคมศิลป์ภูเก็จเดินหน้าสร้าง “RAYA” พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร เชื่อมศิลปะไทยสู่ธรรมชาติอันดามัน
🌊 สมาคมศิลป์ภูเก็จเดินหน้าสร้าง “RAYA” พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร เชื่อมศิลปะไทยสู่ธรรมชาติอันดามัน
📅 วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ หอศิลป์คุณหญิงกาญจนา ณ ระนอง สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีการจัดเสวนา “RAYA : พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร” ภายใต้หัวข้อ “พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร..รายา เมื่อศิลปะ…เชื่อมมนุษย์กับธรรมชาติ” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวคิดการจัดสร้างประติมากรรมใต้ทะเลบริเวณอ่าวสยาม เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนบทบาทของงานศิลปะในการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสร้างมิติใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
🎤 ผู้ร่วมเสวนา การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคศิลปวัฒนธรรม ภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยว ประกอบด้วย
👩🎨 คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร — นายกสมาคมศิลป์ภูเก็จ
🌿 คุณเตือนใจ พันธ์ธร — ผู้อำนวยการศูนย์จัดการพื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต
🏝️ คุณสรายุทธ มัลลัม — นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
🖌️ อาจารย์วิษณุพงษ์ หนูนันท์ — ผู้ออกแบบและผู้ปั้นประติมากรรม “สุพรรณมัจฉา”
📢 นางสาวศิริวรรณ สีหาราช — ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต
ทั้งหมดร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ศิลปะใต้ทะเลให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านศิลปะและการท่องเที่ยวของภูเก็ต
🐟 “RAYA Andaman” ศิลปะใต้ทะเล ถ่ายทอดเรื่องราวจากรามเกียรติ์ โครงการ “Raya…ไข่มุกแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติภูเก็ต” เป็นแนวคิดการนำงานประติมากรรมลงจัดวางใต้ทะเลบริเวณอ่าวสยาม เกาะราชาใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยนำเรื่องราวจากวรรณคดีไทยเรื่อง “รามเกียรติ์” มาถ่ายทอดผ่านผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทยกับระบบนิเวศทางทะเล
แนวคิดสำคัญมาจากตอน “จองถนน” ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กองทัพพระรามสร้างถนนข้ามทะเลไปยังกรุงลงกา โดยเมื่อการก่อสร้างไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ หนุมานจึงลงไปสำรวจใต้ทะเลและพบว่านางสุพรรณมัจฉานำฝูงปลามาขัดขวางการสร้างถนน ก่อนจะเกิดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา และนำไปสู่การคืนก้อนหิน ทำให้การสร้างถนนข้ามทะเลสำเร็จ
เรื่องราวดังกล่าวจึงถูกนำมาต่อยอดเป็นงานศิลปะร่วมสมัยใต้ทะเล โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ พระราม ทศกัณฐ์ สุพรรณมัจฉา และก้อนถนน เพื่อให้ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวจากวรรณคดีไทยเข้ากับบริบทของท้องทะเลอันดามัน
🎨 เปิดรายละเอียดผู้ออกแบบและผู้ปั้น ประติมากรรมในโครงการได้รับการสร้างสรรค์โดยศิลปินและช่างปั้นชาวไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ประติมากรรม “ทศกัณฐ์”
ออกแบบโดย: อาจารย์วรภพ ตันตินันทกุล
ปั้นโดย: อาจารย์ธีระพงษ์ โพธิสาร และ อาจารย์ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง
2. ประติมากรรม “พระราม”
ออกแบบโดย: อาจารย์สัมฤทธิ์ เพชรคง
ปั้นโดย: อาจารย์ธีระพงษ์ โพธิสาร และ อาจารย์ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง
3. ประติมากรรม “สุพรรณมัจฉา”
ออกแบบและปั้นโดย: อาจารย์วิษณุพงษ์ หนูนันท์
ร่วมปั้นโดย: อาจารย์ธีระพงษ์ โพธิสาร และ อาจารย์ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง
4. ประติมากรรม “ก้อนถนน”
ออกแบบโดย: อาจารย์อำนาจ บุญสนิท
ปั้นโดย: อาจารย์อำนาจ บุญสนิท และทีมช่างปั้น
การทำงานดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือของกลุ่มศิลปินไทยที่นำองค์ความรู้ด้านประติมากรรมมาผสานเข้ากับแนวคิดด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยมุ่งสร้างผลงานที่สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในมิติของงานศิลปะ แหล่งเรียนรู้ และองค์ประกอบหนึ่งของระบบนิเวศใต้ทะเล
📐 ประติมากรรมขนาดใหญ่ ติดตั้งลึกประมาณ 15 เมตร ข้อมูลทางเทคนิคของผลงานระบุว่า
ผลงาน. : 🏹 พระราม
ความสูง. : ~5.50 ม.
ความกว้าง : ฐานวงกลม 5.50 ม.
โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม : ซุ้มประตูสูงไม่เกิน 6 ม.
ผลงาน. : 👹 ทศกัณฐ์
ความสูง. : ~6 ม.
ความกว้าง : ~8 ม.
โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม : –
ผลงาน. : 🧜♀️ สุพรรณมัจฉา
ความสูง. : ~4.50 ม.
ความกว้าง : ~5 ม.
โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม : ยาว ~5 ม.
ผลงาน. :🪨 ก้อนถนน
ความสูง. :~1 ม.
ความกว้าง :~1 ม.
โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม : ยาว ~0.60 ม.
ผลงานทั้งหมดถูกนำไปติดตั้งบริเวณอ่าวสยาม เกาะราชาใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ในระดับความลึกประมาณ 15 เมตร โดยข้อมูลโครงการระบุถึงกำหนดการส่งมอบและติดตั้งในช่วงประมาณ เดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569
ศิลปะกับภารกิจฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล
หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ คือการออกแบบประติมากรรมให้มีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงสิ่งจัดแสดงใต้ทะเล โดยรูปปั้นผลิตจากวัสดุซีเมนต์สูตรพิเศษที่มีค่า pH เป็นกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติเอื้อต่อการเกาะตัวของตัวอ่อนปะการังตามธรรมชาติ และสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นโครงสร้างที่ช่วยเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล แนวคิดดังกล่าวทำให้ “พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร” ถูกวางให้เป็นพื้นที่ที่ศิลปะสามารถทำงานร่วมกับธรรมชาติได้ โดยประติมากรรมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความน่าสนใจให้กับพื้นที่ดำน้ำ แต่ยังมีเป้าหมายด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล
ขณะเดียวกัน การนำเรื่องราวจากรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นมรดกทางวรรณคดีและศิลปวัฒนธรรมของไทย มาถ่ายทอดในบริบทของทะเลอันดามัน ยังเป็นการสร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมไทย ศิลปะร่วมสมัย และธรรมชาติ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน ยกระดับภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมาคมศิลป์ภูเก็จ และกลุ่มศิลปินไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำศิลปะมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาภูเก็ตในมิติใหม่
🏝️ อีกทั้ง ยังช่วยยกระดับการท่องเที่ยวเชิงศิลป์-วัฒนธรรม นอกจากมิติด้านการอนุรักษ์แล้ว พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรยังมีเป้าหมายในการสร้างความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยเฉพาะการดึงดูดกลุ่มนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยกระจายกิจกรรมและรายได้ไปสู่ภาคธุรกิจและชุมชนที่เกี่ยวข้อง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการผลักดันภูเก็ตไปสู่การเป็น “เมืองศิลปะแห่งการสร้างสรรค์” และ World Art & Culture Destination โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่มาสร้างมูลค่าในรูปแบบใหม่
🔎 จากการวิเคราะห์ “RAYA : พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร” จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการนำประติมากรรมไปจัดวางใต้ทะเล แต่เป็นการทดลองสร้างจุดตัดระหว่างศิลปะ วรรณคดีไทย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในพื้นที่เดียว
จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การนำเรื่องราว “จองถนน” จากรามเกียรติ์มาสร้างเป็นประสบการณ์จริงใต้ท้องทะเล ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมถูกนำเสนอผ่านรูปแบบที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ขณะเดียวกัน การใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการเกาะตัวของปะการัง ยังช่วยเพิ่มมิติด้านสิ่งแวดล้อมให้กับงานศิลปะ
หากการติดตั้งและการบริหารจัดการพื้นที่สามารถดำเนินควบคู่กับการติดตามผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง “RAYA” มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติรูปแบบใหม่ของภูเก็ต และเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการใช้ศิลปะเพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนผู้มาเยือน แต่คือการรักษาสมดุลระหว่าง “ศิลปะ–ธรรมชาติ–การท่องเที่ยว–ชุมชน” เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรแห่งนี้สามารถเป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้ทางวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ และส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางทะเลอันดามันได้อย่างยั่งยืน
#RAYAพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร #RayaAndaman #ภูเก็ต #เกาะราชา #ศิลปะใต้ทะเล #รามเกียรติ์ #สุพรรณมัจฉา #พระราม #ทศกัณฐ์ #อนุรักษ์ทะเล #ท่องเที่ยวยั่งยืน #Phuket #WorldArtAndCultureDestination #Phuketprice






































