สิ่งไม่ควรโพสต์ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

         ในการแชร์ต่างๆขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ทั้งทาง facebook , Line , Instagram , Twitter และอื่นๆ ก่อนที่จะแชร์จะต้องระมัดระวัง คิดสักนิดก่อนแชร์ เพราะตอนนี้เหล่าอาชญากร มิจฉาชีพ เริ่มหาเหยื่อผ่านการแชร์บนโลกโซเชียลที่คุณแชร์นี้เอง ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างที่คุณโพสต์แล้วแชร์ทางโซเชียลนี้ กลับเป็นข้อมูลชั้นดีแก่เหล่าแฮกเกอร์ถึงขั้นขโมยตัวตนคุณได้เลย บทความนี้มาดู สิ่งไม่ควรโพสต์ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์คกัน

สิ่งที่ต้องระวังและไม่ควรโพสต์ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

1.บัตรประจำตัวประชาชน

         โดยเฉพาะเลข “เลขบัตรประชาชน 13 หลัก” มักจะถูกนำไปใช้ในการทำเรื่องสำคัญสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นการสมัครบัตรเครดิต บัตรเดบิต ขอสินเชื่อ เปิดบัญชีธนาคาร เสียภาษี สมัครงาน และทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน และตอนนี้บริการครอบคลุมไปถึงการรักษาพยาบาล การทำใบขับขี่ด้วย
วิรัช หวังปิติพาณิชย์ ทนายความ เผยว่า บัตรประชาชนถือเป็นเอกสารสำคัญที่จะมีข้อมูลบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นามสกุล ปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก ถ้าคนร้ายได้ไปก็สามารถนำไปเป็นสำเนาปลอมเพื่อสมัครบัตรเครดิต เปิดใช้โทรศัพท์มือถือ ร้ายกว่านั้นคือ ทำการเปลี่ยนแปลงรูปถ่ายเป็นหน้าของบุคคลอื่น เพื่อใช้ยืนยันตนเอง “ในที่สุด เจ้าของบัตรก็จะเดือดร้อน อันเนื่องจากการกระทำของคนร้าย ทางที่ดีที่สุดไม่ควรนำภาพถ่ายบัตรประชาชนลงในโลกโซเชียลมีเดียโดยเด็ดขาด”

2.หนังสือเดินทาง Passport

         สำคัญเท่ากันกับบัตรประชาชน อย่าชูหมายเลข Passport และชูหน้า Passport ที่มีข้อมูลทั้งชื่อ นามสกุล วันเกิด และอื่นๆแชร์ขึ้นบนโลกออนไลน์ เพราะคนร้ายก็มีโอกาสใช้ช่องทางออนไลน์ในการปลอมแปลง Passport ได้เช่นกัน

3. ตั๋วเครื่องบิน

         ตั๋วเครื่องบิน ”อาจดูเหมือนไม่มีข้อมูลอะไรที่เสี่ยงและน่าวิตกกังวลเท่าไรนัก แต่สำหรับอาชญากรหัวกะทิแล้ว ตั๋วเครื่องบิน หรือบอร์ดดิ้งพาส เปรียบเสมือนกุญแจทองคำไขเข้าไปสู่บ้านของคุณได้อย่างดีทีเดียว
ไม่ว่าจะข้อมูลบนบัตร เช่น ชื่อนามสกุล จุดเริ่มต้นของการเดินทาง จุดหมายปลายทาง และบาร์โค้ด สามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเรา ทั้งยังอาจเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางของเราได้อีกด้วย คำแนะนำคือ นักท่องเที่ยวฉีกตั๋วทิ้งหรือเอาไปใส่เครื่องทำลายเอกสารหลังการใช้งานจะดีเสียกว่า
การที่จะบอกคนอื่นๆในโลกโชเชียลว่าจะเดินทางไปไหน โดยโพสต์ตั๋วเครื่องบินโชว์นั้น คนร้ายจะทำการใช้โปรแกรมตรวจจากบาร์โค้ดของตั๋วเครื่องบิน ทำให้เห็นถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้เดินทางอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นเดินทางไปไหนมาไหน ใช้บัตรเครดิตยี่ห้อใดซื้อตั๋วเครื่องบิน และเลวร้ายที่สุดคือ คนร้ายสามารถสั่งยกเลิกตั๋ว หรือเห็นตัวเลข 4 หลักของบัตรเครดิตซึ่งจะไปสวมรอยใช้บัตรเครดิตได้”

4. เช็คอินสถานที่ต่างๆ

         ข้อมูลจากเว็บไซต์ Distinctivedoors.co.uk ซึ่งทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดอาชญากรรมในปัจจุบันพบว่า โจรกว่า 75% ใช้การค้นหากลุ่มเป้าหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter , Foursquare , Google Maps รวมทั้ง Google Street View พูดง่ายๆว่า ค้นหาตำแหน่งบ้านที่พักอาศัยของเหยื่อได้อย่างสะดวกมากๆ โดยไม่จำเป็นต้องมาเฝ้าดูลาดเลาด้วยซ้ำ คนร้ายสามารถสำรวจสิ่งต่างๆภายในบ้านผ่านโลกออนไลน์ เช่น โทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี ชุดเครื่องเสียงสุดหรูในห้องรับแขกที่เคยโพสต์อวดเพื่อนๆ สร้อยคอเพชรนิลจินดา รถยนต์ ก็ล่อตาล่อใจโจรได้ไม่น้อย ที่สำคัญหากคุณเช็คอินตลอดเวลา อยู่ไหน ไปที่ไหน ทำให้มิจฉาชีพรู้ว่าไม่อยู่บ้าน หรือกำลังจะกลับ ถือเป็นเรื่องเสี่ยงสุดๆ

5 .นิ้วมือ

         นักวิจัยญี่ปุ่นเตือน การถ่ายภาพชูสองนิ้ว เสี่ยงโดนขโมยลายนิ้วมือ โดยนายเอจิเซ็น อิซะโอะ ( Echizen Isao ) นักวิจัยแห่งกระทรวงสารสนเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เวลาถ่ายรูป นั้นอย่าชูให้เห็นปลายนิ้ว เพราะตอนนี้เทคโนโลยีภาพและกล้องนั้นถูกพัฒนาขึ้นไปในระดับใหม่แล้ว ซึ่งข้อมูลลายนิ้วมือของท่าน สามารถถูกเก็บได้จากเพียงแค่การถ่ายรูปที่เห็นปลายนิ้วได้ชัดเจนภายในระยะ 3 เมตรจากกล้อง ดังนั้นหากจะถ่ายเซลฟี่ ถ่ายหมู่ให้หยุดชูสองนิ้ว เพราะหากยังชูนิ้วอยู่ อาจโดนขโมยลายนิ้วมือได้ ซึ่งนิ้วเราเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเราอยู่แล้วหากทำท่านี้มีโอกาสเสี่ยงโดนขโมยลายนิ้วมือเพื่อใช้ในการสวมรอยและขโมยข้อมูลสำคัญ โดยลายนิ้วมือไม่สามารถเปลี่ยนลายนิ้วใหม่ได้และมีไปตลอดชีวิต หากลายนิ้วมือโดนก็อปไป เท่ากับขโมยตัวตนของเราไปแล้ว

         ดังนั้นการที่จะแชร์จะโพสต์โลกโซเชียล ต้องระมัดระวัง และคำนึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังแชร์ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก…. https://www.it24hrs.com/2017/warning-this-dont-share-social-network/