อบจ.ภูเก็ต“เรวัต”เต็ง1 แต่อาจเจอมวยซุ่มชั้นครู

อบจ.ภูเก็ต“เรวัต”เต็ง1

แต่อาจเจอมวยซุ่มชั้นครู

              สนามเลือกตั้ง นายก อบจ. และส.อบจ.ภูเก็ต คึกคักไปด้วยกองเชียร์ และผู้สังเกตการณ์ แค่วันแรก  สรุปรับสมัคร 5 วัน มีลงชิงเก้าอี้ นายกอบจ. 5 คน ส่วน ส.อบจ.ทั้ง 3 อำเภอ 24 เขตรวม 77 คน สมัครเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม อิสระมีประปรายทั้ง 3 อำเภอ พบ“กลุ่มบ้านเรา” ของอดีตนายก “ไพบูลย์”ผู้ล่วงลับ แพแตก “จิรายุส ทรงยศ”ที่ปรึกษาขึ้นนั่งหัวหน้าแทนรวบรวมนำกลุ่มลงแข่ง ได้เบอร์ 1 มากอด ส่วนอดีตรองนายกฯ “สรธรรม จินดา” กระโดดเข้าเกาะกลุ่มใหม่ “คณะก้าวหน้า” เป็นมือปั้น “สรวุฒิ ปาลิมาพันธ์” นักธุรกิจหน้าใหม่ น้องชาย “หมอญาดา” แห่งพรรคเพื่อไทยในอดีตเข้าชิงนายกฯเบอร์ 3 ภายใต้การหนุนของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ กลุ่ม “ภูเก็ตหยัดได้” ที่นำโดย “เรวัต อารีรอบ” อดีต ส.ส.ภูเก็ต เบอร์ 2 แนวโน้มเต็ง 1 ด้วยมีผลงานทั้งในอดีต และล่าสุดร่วมกู้ภูเก็ตให้พ้นวิกฤตโควิด-19 นำลูกทีมระดับหัวกะทิจากชุมชน 24 เขตใน 3 อำเภอเข้าชิงเก้าอี้สมาชิก ชนิดมั่นใจชัวร์ แต่การเมืองไม่มีอะไรแน่ เหมือนคลื่นลมในทะเล ห้ามกระพริบตา เพราะมีตัวแปรสำคัญ ที่มาเดี่ยวตามติดหลัง ระดับแชมป์ “ครูมวย”ที่แพรวพราวด้วยชั้นเชิง “ปัญญา ไกรทัศน์” เบอร์ 5 ถึงแม้ห่างสนาม จะเป็นม้ามืดเข้าแทรกได้ หากมีกองเชียร์และหัวคะแนนระดับเซียนขึ้นหลังควบ อาจพลิก ถึงขั้นต้องใช้กล้องจับ

***********************************************************

 

เลือกตั้งอบจ.ภูเก็ต

3 กลุ่มลงชิงเก้าอี้คึกคัก

         เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เป็นวันแรกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กำหนดให้เป็นวันเปิดรับสมัครผู้ประสงค์สมัครเข้ารับเลือกตั้ง นายก อบจ.และ ส.อบจ.ทั่วประเทศ ที่จังหวัดภูเก็ตกำหนดให้ใช้ศาลาประชาคม ถนนนริศร อ.เมือง ภูเก็ต เป็นสถานที่เปิดรับสมัคร ปรากฏว่า บรรยากาศของวันแรกสุดคึกคัก มีกลุ่มผู้สมัคร 3 กลุ่ม ทั้งผู้สมัครนายก อบจ.และส.อบจ.ล้วนไปก่อนเวลาเปิดรับสมัคร ต่างมีกองเชียร์ไปสนับสนุน ให้กำลังใจ และผู้สังเกตการณ์ รวมทั้งสื่อมวลชนทุกประเภท

          ทั้งนี้ ทางอบจ.ภูเก็ต ซึ่งรับหน้าที่เป็นฝ่ายอำนายการเลือกตั้ง ได้จัดเตรียมสถานที่ โดยแบ่งพื้นที่สำหรับกองเชียร์ผู้สนับสนุนกับผู้สมัครฯ ไว้อย่างชัดเจน และก่อนที่ผู้สมัคร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนเข้าไปยังพื้นที่ ได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิ และแจกเจลแอลกอฮอล์ ล้างมือด้วย

          สำหรับในส่วนของผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต มีผู้ที่เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 8.30 น. จำนวน 3 ทีม โดยทีมแรก เป็นกลุ่ม “คนบ้านเรา” นำโดย นายจิรายุส ทรงยศ ผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต และผู้สมัครส.อบจ.ของกลุ่มครบทั้ง 24 เขต ตามมาด้วยกลุ่ม “ภูเก็ตหยัดได้” นำโดยนายเรวัต อารีรอบ ผู้สมัครนายกอบจ.ภูเก็ต และผู้สมัคร ส.อบจ.ฯ ครบ 24 เขต และกลุ่ม“คณะก้าวหน้าภูเก็ต” นำโดยนายสราวุฒิ ปาลิมาพันธ์ ผู้สมัครนายกฯ พร้อมด้วยผู้สมัครส.อบจ.ฯ ซึ่งมาบางส่วน และจะมาสมัครเพิ่มเติมภายหลังจนครบ24 เขตเช่นกัน

            นอกจากนั้นผู้สมัคร ส.อบจ.ภูเก็ต ที่สมัครอิสระบางเขต ก็มีเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลาด้วย

            อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัคร 08.30 น.ผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ตทั้งหมด ได้เข้ารับฟังคำชี้แจงกติกาของการรับสมัคร จากนายวัชรินทร์ ปฐมวัฒนพงศ์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง อบจ.ภูเก็ต เกี่ยวกับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร โดยนายสราวุฒิ ปาลิมาพันธ์ กลุ่ม “คณะก้าวหน้าภูเก็ต” ยอมรับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครฯ หมายเลข 3 ส่วนนายจิรายุส ทรงยศ กลุ่ม “คนบ้านเรา” และนายเรวัต อารีรอบ กลุ่ม “ภูเก็ตหยัดได้” ตกลงที่จะจับหมายเลข ปรากฏว่า นายจิรายุสฯ จับได้หมายเลข 1 และนายเรวัตฯ จับได้ หมายเลข 2

         ในส่วนของผู้สมัคร ส.อบจ. 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม “คนบ้านเรา” และกลุ่ม “ภูเก็ตหยัดได้” มีผู้สมัครเดินทางมาถึงก่อนเวลา ครบทั้ง 24 เขต ยกเว้นในส่วนของกลุ่ม “คณะก้าวหน้าภูเก็ต” ที่มาไม่ครบทั้ง 24 เขต และมีบางเขตที่มีผู้สมัครอิสระมายื่นใบสมัครด้วย ทำให้มีปัญหาเล็กน้อย เกี่ยวกับหมายเลขประจำตัว บางเขตสามารถตกลงกันได้ แต่บางเขตตกลงกันไม่ได้ จึงต้องใช้วิธีการจับสลากหมายเลข แต่บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

          สำหรับการรับสมัครจะมีไปถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 และกำหนดจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม 2563

 

สรุปลงชิงนายกฯ5ราย

ส.อบจ.3 อำเภอ77ราย

            ​วันต่อมา ที่ 3 พ.ย. 63  ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรับสมัคร ค่อนข้างเงียบเหงา มีผู้มาสมัคร ส.อบจ.ภูเก็ต เพิ่มอีก 4 ราย อำเภอเมือง 1 ราย อำเภอกะทู้ 1 ราย และอำเภอถลาง 2 ราย ส่วนตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต ไม่มีผู้สมัครเพิ่มเติม

             นายวัชรินทร์ ปฐมวัฒนพงศ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.ภูเก็ต และผอ.การเลือกตั้งประจำ อบจ.ภูเก็ตกล่าวว่า การสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ.ภูเก็ต และนายก อบจ.ภูเก็ต เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2563 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันแรกของการรับสมัคร มีทีมผู้มาสมัคร 3 ทีม และ 1 กลุ่มอิสระ โดยมีผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต 3 ราย ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายจิรายุส ทรงยศ ทีมคนบ้านเรา เบอร์ 2 นายเรวัต อารีรอบ ทีมภูเก็ตหยัดได้ และเบอร์ 3 นายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ คณะก้าวหน้าภูเก็ต ส่วนวันนี้ตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต ไม่มีผู้มาสมัครเพิ่มเติม ในส่วนของ ส.อบจ.ภูเก็ต วันแรกมีผู้มาสมัครทั้งหมด 69 ราย ประกอบด้วย ทีมคนบ้านเรา 22 ราย ทีมภูเก็ตหยัดได้ 24 ราย ทีมคณะก้าวหน้าภูเก็ต 18 ราย และผู้สมัครอิสระ 5 รายรวมจำนวนผู้สมัคร 69 ราย และวันนี้มีผู้สนใจมาสมัคร ส. อบจ.ภูเก็ต เพิ่มอีก 4 ราย จากทีมคนบ้านเรา 1 ราย คณะก้าวหน้าภูเก็ต 1 ราย และผู้สมัครอิสระ 2 ราย รวมจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 73 ราย

           สำหรับการรับสมัครรับเลือกตั้ง ยังคงมีต่อไปอีก 3 วัน จึงขอเชิญชวนผู้สนใจในตำแหน่งส.อบจ.ภูเก็ต และนายก อบจ.ภูเก็ต ที่มีคุณสมบัติพร้อม มีจิตอาสาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทำงานเพื่อท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต มาสมัครได้ ณ ศาลาประชาคม จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

             วันที่ 4 พ.ย.63  ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเปิดรับ มีผู้มาสมัครส.อบจ.ภูเก็ต ในช่วงบ่าย จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย อำเภอถลาง เขต 5 และเขต 6 ส่วนตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต ยังไม่มีผู้สมัครเพิ่ม

​            วันที่ 5 พ.ย.63 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรับสมัคร มีผู้มาสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายทรงศักดิ์ สวนอักษร ผู้สมัครอิสระ ในนาม “ภูเก็ตปุ้นเต่” ที่เดินทางมาสมัครเพียงคนเดียว ในเวลา 09.45 น. ซึ่งได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร หมายเลข 4

            ต่อมา วันที่ 6 พ.ย.63 วันสุดท้ายของการรับสมัครนายก อบจ. และส.อบจ.ปรากฏว่า มีผู้เดินทางมาสมัครนายก อบจ.ภูเก็ตเพิ่มอีก 1 ราย คือ นายปัญญา ไกรทัศน์ ได้เลขประจำตัว หมายเลข 5 และมีผู้มาสมัครส.อบจ.ภูเก็ตเพิ่มอีก จำนวน 2 ราย ได้แก่ อำเภอเมือง เขต 2 และเขต 9 ทำให้บรรยากาศการรับสมัครคึกคักขึ้น และจนกระทั่ง 16.30 น.ปิดการรับสมัคร

  ​            สรุปการเปิดรับสมัครนายก อบจ.และส.อบจ.ภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2563 รวม 5 วัน มีผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย หมายเลข 1 นายจิรายุส ทรงยศ หมายเลข 2 นายเรวัต อารีรอบ หมายเลข 3 นายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ (3 กลุ่ม สมัครวันแรก) หมายเลข 4 นายทรงศักดิ์ สวนอักษร(สมัครวันที่ 4) และหมายเลข 5 นายปัญญา ไกรทัศน์ (วันที่ 5 สุดท้าย) ส่วนผู้สมัคร ส.อบจ.ภูเก็ต จำนวน 24 เขต มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 77ราย ประกอบด้วย อำเภอเมือง เขต 1-15 จำนวน 47 ราย อำเภอถลาง เขต 1-6 จำนวน 20 ราย และอำเภอกะทู้ เขต 1-3 จำนวน 10 ราย

              นายทรงศักดิ์ สวนอักษร ผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต หมายเลข 4 กล่าวว่า ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ภูเก็ตในครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง และทราบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต มีปัญหาที่หมักหมมมานาน ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งตนมีความกล้าที่จะนำปัญหาเหล่านั้นมาแก้ไข เพื่อรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน ที่จะให้ภูเก็ตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

              ด้านนายปัญญา ไกรทัศน์  ผู้สมัครนายกอบจ.ภูเก็ตคนสุดท้ายหมายเลข 5 กล่าวว่า ที่ตัดสินใจลงสมัครฯ ก็เพราะมีชาวบ้าน และเพื่อนฝูงหลายคนโทรศัพท์ต่อว่า เป็นคนภูเก็ต เคยชี้แนะแนวทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านทางโซเชียลเสมอมา และในช่วงที่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ก็ได้ชี้ทางแก้ปัญหา ทั้งยังชักชวนชาวภูเก็ตที่ยังพอมีกำลังให้ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบมาโดยตลอด จนสถานการณ์คลี่คลาย และเป็นผู้ที่ทราบปัญหาของภูเก็ตเป็นอย่างดี

                “จากเสียงเรียกร้องดังกล่าว จึงตัดสินใจ เดินทางมาสมัครนายกอบจ.ภูเก็ต ในวันสุดท้ายเพื่อจะได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้ถูกทาง โดยเฉพาะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาหนี้สิน ที่เกิดขึ้น จะได้ไปเป็นตัวกลางประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องของการพักชำระหนี้ หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการดึงคนไทยให้เข้ามาเที่ยว ซึ่งพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง ตลอดจนการหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดโควิด-19 ระบาดในรอบใหม่” นายปัญญากล่าว

 

 

เปิดปูมผู้สมัคร

5นายกอบจ.ภูเก็ต

            หลัง กกต.ปิดการรับสมัครแล้ว สรุปจังหวัดภูเก็ตมีผู้สมัครนายก อบจ. จำนวน 5 คน  ได้แก่ หมายเลข 1 นายจิรายุส ทรงยศ หัวหน้า “กลุ่มคนบ้านเรา” ที่ปรึกษานายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ อดีตนายก อบจ.ภูเก็ตคนล่าสุดที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นชุดที่บริหารงานจนถึงปัจจุบัน เมื่อนายกไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม “คนบ้านเรา” ถึงแก่กรรม นายวัชรินทร์ ปฐมวัฒนพงศ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็เข้าปฏิบัติหน้าที่นายกฯแทนจนหมดวาระ

             เป็นที่น่าสังเกตว่า ภายหลังจากที่นายไพบูลย์ ถึงแก่กรรมแล้ว รองฯแดง นายชวลิต ณ นคร รองนายกแต่งตั้งก็ได้ลาออก สมาชิกแต่ละคนค่อนข้างปีนเกลียว จนกระทั่งหมดวาระ เปิดรับสมัครใหม่จึงเห็นชัดเจน “กลุ่มคนบ้านเรา” แพแตก นายจิรายุส ทรงยศ ที่ปรึกษานายไพบูลย์เข้ายึดกลุ่ม เป็นหัวหน้า “คนบ้านเรา” ส่วนนายสรธรรม จินดา ที่เป็นรองนายกฯ ก็ถอนตัวไปเป็นแกนนำในกลุ่ม “คณะก้าวหน้าภูเก็ต” สมาชิกหลายคนแยกย้ายกันไป บางคนถอนตัว ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย เช่น นายธีระ (โกเหลง) เจี่ยสกุล ที่มีผลงานหลายด้าน มีฐานเสียงจาก อสม.ต.วิชิต เป็นหลัก ได้ถอนตัว ให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า ต้องการปลีกตัวไปทุ่มเทบริหารงานธุรกิจส่วนตัวที่กำลังขยาย และให้ความอบอุ่นกับครอบครัว ลูก ๆ ที่กำลังศึกษา

             หมายเลข 2 นายเรวัต อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต 2 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ และผู้ช่วยเลขาฯรมช.สาธารณสุขปัจจุบัน ที่ลาออกมาสมัครนายก อบจ. เป็นชาวภูเก็ต เกิดที่ราไวย์ ศิษย์เก่าชั้นประถม ร.ร.วัดสว่างอารมย์ ต่อด้วยร.ร.วัดขจรรังสรรค์ ชั้นมัธยม ร.ร.ภูเก็ตวิทยาลัย (ศ.ภว.) วิทยาลัยเทคนิค ภูเก็ต ม.ราชภัฐ ภูเก็ต ม.สวนดุสิตอีกคนหนึ่งที่ดิ้นรนวิ่งเต้นช่วยหน่วยงานต่าง ๆ ในด้านสาธารณสุข และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 จนคลี่คลาย ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาฯรมช.สาธารณสุข

               หมายเลข 3 นายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ หัวหน้า “กลุ่มก้าวหน้าภูเก็ต” นักธุรกิจหนุ่ม ที่ยังไม่มีบทบาทอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในการเมืองท้องถิ่น แค่เป็นน้องชายของ ทตญ.ญาดา (ปาลิมาพันธ์) ชินวัตร อดีตผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรคเพื่อไทย สอบตก 2 สมัย น่าจะเป็นหุ่นเชิดมากกว่า เพราะบทบาทการแสดงออกอยู่ที่ นายสรธรรม จินดา อดีต รองนายก อบจ.ภูเก็ต ที่แยกจากกลุ่ม “คนบ้านเรา” และนายปิติภาสน์ ภัทรปกรณ์ ทายาทเจ้าของตลาดจตุจักร (ตลาดท้ายรถเก่า ย่าน บขส.)เส้นสายจากพรรคเพื่อไทย ที่สำคัญกลุ่ม “คณะก้าวหน้าภูเก็ต” น่าจะอยู่ภายใต้คอนโทรลของพรรคก้าวไกล

             แม้ว่าจะมีการห้ามไม่ให้พรรคหรือนักการเมืองระดับชาติเข้ายุ่งเกี่ยวก็ตาม แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีคดีติดตัวอยู่หลายคดี ยังคงเป็นแกนนำ แม้ไม่ได้เป็น ส.ส.หรือตำแหน่งทางการเมือง ก็เป็นหัวเรือใหญ่ให้ “คณะก้าวหน้า” ของผู้สมัคร อบจ.หลายจังหวัด โดยออกมาเคลื่อนไหวช่วยหาเสียง และคาดกันว่าน่าจะต่อท่อน้ำเลี้ยงให้ผู้สมัครด้วย  เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดภูเก็ตวันที่ 14 พ.ย.63

            จะอย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ที่สำนักงานขายตลาดจตุจักร (ตลาดท้ายรถเก่า หลังบขส.เก่า) นายสรธรรม จินดา และนายปีติภาสน์ ภัทรปกรณ์ ได้เปิดตัวทีมบริหารหารกลุ่ม “คณะก้าวหน้าภูเก็ต” หมายเลข 3

           นายสรธรรม กล่าวว่า ตนในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกอบจ.ภูเก็ต มาถึง 3 สมัย ในฐานะที่ทำงานในส่วนของอบจ.มาอย่างยาวนาน รู้ว่าการขับเคลื่อนของ อบจ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพิเศษกว่าจังหวัดอื่น ๆ ณ วันนี้ว่าจะขับเคลื่อนเดินหน้าย่างไร การทำงานต้องครอบคลุมทั้งจังหวัด และจังหวัดภูเก็ตจะต้องไปไกลกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในเรื่องของการพัฒนาต้องเดินหน้า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนถ่ายจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่

             “วันนี้ต้องยอมรับว่า คนรุ่นเก่าต้องรับเอาวิธีคิดของคนรุ่นใหม่เข้ามา ผมจึงขอเป็นตัวเชื่อมในการนำประสบการณ์ และข้อมูล รวมทั้งแนวทางในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตที่เคยมีการคิดวางแผนกันไว้แล้วมาเชื่อมต่อกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้ภูเก็ตเดินต่อไป โดยในส่วนของตนจะเข้าไปอยู่ในตำแหน่งรองนายกอบจ.ภูเก็ต หากกลุ่มคณะก้าวหน้าภูเก็ต ได้รับความไว้วางใจจากชาวภูเก็ตให้หัวหน้าทีมคือ คุณสรวุฒิ มาดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต” นายสรธรรม กล่าว

             หมายเลข 4 นายทรงศักดิ์ สวนอักษร ในนาม “ภูเก็ตปุ้นเต่” อิสระ ไม่มีสมาชิกลงสมัคร อาชีพทนายความ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มีสายสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะสนิทสนมกับ “รังสิมันต์ โรม”

              หมายเลข 5 นายปัญญา ไกรทัศน์ ลงสมัครอิสระ ไม่มีสมาชิก เป็นข้าราชการบำนาญจากสายการท่องเที่ยวฯ เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด ศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย เป็นที่รักของเพื่อนร่วมรุ่น อดีตเคยลงสมัคร ส.ส.ภูเก็ตมาแล้ว แต่สอบตก เป็นนักเขียน และสื่อมวลชนเก่า ล่าสุดขณะที่เกิดโรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 ได้เขียนแสดงความคิดเห็น ชี้แนะการแก้ไข และป้องกันโรคผ่านทางโซเชียลมีเดีย แทบทุกวัน พร้อมรณรงค์กำลังทรัพย์