เตือนทัวร์จีน“โหล่ยโท่ย” อย่าเห็นแก่ได้

เตือนทัวร์จีน “โหล่ยโท่ย”

อย่าเห็นแก่ได้ประหยัดเกิน

จ้างรถ “บัสเส็งเคร็ง” ตจว.

         ผู้ว่าฯ เปิดแถลงข่าว แจงผลสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุรถบัสรับ – ส่งทัวร์จีนบนเขาป่าตอง หลังจัดทีมลงตรวจที่เกิดเหตุ 4 ประเด็น ทั้งถนน รถ และคน กำหนดมาตรการเข้มแก้ไขหมด ถนนให้แขวงการทางภูเก็ต สภาพรถ รวมโชเฟอร์ให้ขนส่งไปเคี่ยวตรวจเช็คก่อนขึ้นป่าตอง เตือนทัวร์จีน “โหล่ยโท่ย” ให้คำนึงถึงชื่อเสียงของจังหวัดบ้าง อย่าเอาแต่ได้ จ้างรถ “เส็งเคร็ง” ราคาถูกจากต่างจังหวัดมาใช้ ด้านตำรวจ “ผู้การตี๋”ออกประกาศขยายเวลาห้ามรถบัสขึ้นเขาป่าตองตั้งแต่บ่ายสี่ถึงห้าทุ่ม

         เมื่อเช้าวันที่ 16 สิงหาคม 2560นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ชี้แจง เกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนทางลาดลงเขาป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ว่าอุบัติเหตุบนถนนทางลงลาดลงเขาป่าตอง เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก โดยเมื่อปีที่ผ่านมามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกว่า 260 ครั้ง และในปีนี้จนถึงขณะนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว 125 ครั้ง ทางจังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญกับปัญหาอุบัติเหตุทางลงเขาป่าตองอย่างมาก ตนพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง แขวงการทาง ตำรวจ ขนส่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง และร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุให้ลดลง

         ล่าสุดได้ข้อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุบนทางลาดลงเขาป่าตอง 4 ปัจจัยหลักๆ ด้วยกัน คือ 1. ปัญหาถนน ที่มีสภาพโค้งและลาดชันมาก บางช่วงลื่น 2.รถที่นำมาวิ่งอยู่ในสภาพที่เก่า และเป็นรถจากต่างจังหวัดไม่พร้อมที่จะขับขึ้นเขา 3.คนขับขาดความชำนาญเส้นทาง และ 4.ปัญหาจากทัวร์ราคาต่ำ

         สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแก้ที่ต้นเหตุ โดยในส่วนของถนนนั้นทางแขวงการทางภูเก็ตจะเข้ามาแก้ไขการปรับปรุงผิวจราจรให้อยู่ในสภาพปลอดภัยต่อผู้สัญจรตีเส้นจราจรฉาบผิวถนนและตีเส้นกันลื่นรวมทั้งจัดทำป้ายสัญญาณจราจรให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ได้กำหนดให้มีการจัดทำทางเบี่ยง เป็นจุดชะลอความเร็วของรถหรือเป็นทางออกฉุกเฉินให้กับรถที่เสียการควบคุม กำหนดจัดทำจุดเสี่ยงเพื่อชะลอความเร็วของรถ ขยายออกไปประมาณ 2 เมตรจากผิวจราจร ดำเนินการโดยแขวงทางหลวงภูเก็ตกำหนดจัดทำทางเบี่ยงชะลอรถจำนวน 3 จุด โดยระยะก่อสร้างกระจายในบริเวณถนนสายป่าตองช่วงทางโค้งก่อนถึงโรงแรม วินแดม ซีเพิร์ล ไปจนถึงถนนหน้าวัดสุวรรณคีรีวงก์ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ โดยใช้งบเหลือจ่ายของจังหวัดภูเก็ต 2 ล้านบาท และขอเพิ่มเติมจากแขวงการทางอีก 4 ล้านบาท

         ส่วนปัญหารถและคนขับรถได้มอบหมายให้ทางขนส่งจังหวัดภูเก็ตดำเนินการแบ่งกลุ่มรถทัวร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ที่เป็นรถจากต่างจังหวัดเข้ามารับงานในภูเก็ตเป็นประจำ และรถที่เข้ามารับงานบางครั้ง โดยรถเหล่านี้จะต้องถูกตรวจสภาพที่บริเวณด่านตรวจท่าฉัตรไชยว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมหรือไม่ โดยจะตรวจเฉพาะรถที่แจ้งความประสงค์จะขึ้นเขาป่าตองเท่านั้น หากไม่พร้อมก็จะไม่อนุญาตให้ขึ้น โดยทางขนส่งจะออกเป็นหนังสือรับรองแบบอิเลคทรอนิกส์ให้ ทั้งในส่วนของรถและคนขับ ซึ่งคนขับเองก็จะมีวีดีทัศน์เส้นทางขึ้นเขาป่าตองให้ได้รับชมพร้อมทั้งทดสอบความพร้อมด้วย และอีกจุดที่จะตรวจความพร้อมคือที่บริเวณทุ่งทองก่อนขึ้นเขาป่าตอง ซึ่งทางขนส่งจังหวัดจะเสนอไปยังกรมขนส่งทางบกในการออกระเบียบให้ผู้ที่จะขับรถทัวร์ขึ้นเขาจะต้องเรียนรู้การขับรถขึ้นเขาป่าตอง ทั้งนี้เพื่อลดอุบัติเหตุ

         นอกจากนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้มงวดในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น มีการขยายเวลาห้ามรถทัวร์ รถบัส ขึ้นเขาป่าตอง ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น.ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งที่สุด เนื่องจากในช่วงดังกล่าวการจราจรบนเขาป่าตองจะหนาแน่น การขับรถต้องใช้เบรกสูงจึงทำให้รถทัวร์และรถบรรทุกเบรกแตกบ่อยครั้ง

         นายนรภัทร กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาทัวร์ต้นทุนต่ำนั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากบริษัททัวร์เหล่านั้นต้องการที่จะลดต้นทุนด้วยการใช้รถทัวร์จากต่างจังหวัดที่ราคาต่ำกว่ารถทัวร์ในภูเก็ต จึงได้รถทัวร์เก่า สภาพไม่พร้อม อย่างบางคันที่เกิดอุบัติเหตุผ่านการใช้งานมานานถึง 39 ปี หรือ20 กว่าปี ซึ่งจุดนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหา และอยากจะฝากไปถึงทัวร์ต้นทุนต่ำเหล่านั้นว่าคุณต้องการลดต้นทุนแต่ปัญหาเกิดขึ้นกับภูเก็ต ทำลายภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของภูเก็ต ทำให้คนทั่วโลกมองว่าภูเก็ตไม่ปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภูเก็ตในระยะยาว จึงอยากให้จะให้บริษัททัวร์ต้นทุนต่ำเหล่านั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย ไม่ใช่หวังแต่ผลประโยชน์ของบริษัทเป็นที่ตั้ง

         อย่างไรก็ตามสำหรับการแก้ปัญหาปัจจัยเกี่ยวกับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จังหวัดภูเก็ต กำหนดให้เจ้าพนักงานจราจรจังหวัดภูเก็ตดำเนินการควบคุมความเร็วของรถโดยสารที่จะสัญจรผ่านทางขึ้นเขาป่าตองและกำหนดจุดติดตั้งกล้องเพื่อตรวจจับความเร็ว เนื่องจากอุบัติเหตุโดยส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ ความเร็วแล้วไม่ชำนาญเส้นทาง โดยจะบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ทำการฝ่าฝืนกฎหมายจราจรต่อไป

         ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้มีการออกประกาศเป็นทางการโดย พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.ภูเก็ต เป็นผู้ลงนามท้ายประกาศความว่า เรื่องกำหนดเวลาห้ามรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง (มาตรฐาน 2) ที่มีจำนวนที่นั่ง ที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 ที่นั่งขึ้นไป รถบรรทุกตั้งแต่ ๓ เพลาขึ้นไป และรถพ่วง ( รย.๑๖ ) เดินรถในเส้นทางเขาป่าตอง ถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙) อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.60 เป็นต้นมา

อ้างถึง ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจร จังหวัดภูเก็ต (ฉบับที่๑) พ.ศ.๒๕๕๗

ว่าด้วยเรื่อง  การจัดระเบียบการจราจร ถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙)

ระหว่างตำบลกะทู้ ถึง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

         เนื่องด้วย ในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์บัสบรรทุกผู้โดยสารขนาดใหญ่ และรถบรรทุกขนาดใหญ่ บนเส้นทางถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙) เส้นทางเขาป่าตอง (ขาเข้า)ระหว่างตำบลกะทู้ ต่อเนื่องตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต บ่อยครั้ง เป็นเหตุให้มีทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย และมีประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักเกิดในห้วงเวลาที่มีสภาพการจราจรหนาแน่นคือ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา และระหว่างเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวนอกจากจะเกิดความสุญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมากแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมา

         ด้วยเหตุและความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในเส้นทางดังกล่าว นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จึงได้เรียกประชุมหารือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต แขวงการทางจังหวัดภูเก็ต ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต อำเภอกะทู้ เทศบาลเมืองป่าตอง การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรป่าตอง รวมทั้งภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมรถบัสนำเที่ยวอันดามัน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจนำเที่ยวอันดามัน เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๓๐ ฯ ณ ห้องประชุมชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางดังกล่าวอีก ที่ประชุมจังหวัดภูเก็ต ได้มีมติเห็นชอบร่วมกัน ดังต่อไป

         ๑.เห็นควรให้กำหนดเวลาห้ามรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง (มาตรฐาน ๒) ที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ ๒๑ ที่นั่งขึ้นไป เดินรถในถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙) ตั้งแต่ถนนพระบารมีตัดถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต  ถึงตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา และระหว่างเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา  ถึงเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา

         ๒.เห็นควรให้กำหนดเวลาห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ ๓ เพลาขึ้นไป  และรถพ่วง (รย.๑๖) เดินรถในถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙) ตั้งแต่ถนนพระบารมีตัดถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ถึงตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา และระหว่างเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา

         เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓๙ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลตามมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ในฐานะเจ้าพนักงานจราจรในเขตอำนาจความรับผิดชอบ และเขตพื้นที่การปกครองของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต  ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๕๒๙/๒๕๕๕   เรื่อง  แต่งตั้งเจ้าพนักงานจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ ลงวันที่ ๗  กันยายน ๒๕๕๕ จึงออกประกาศเจ้าพนักงานจราจรทางบกจังหวัดภูเก็ตดังนี้

         ข้อ ๑ กำหนดเวลาห้ามรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง (มาตรฐาน ๒) ที่มีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ ๒๑ ที่นั่งขึ้นไป เดินรถในถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙) ตั้งแต่ถนนพระบารมีตัดถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต  ถึงตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา และระหว่างเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา  ถึงเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา

         ข้อ ๒ กำหนดเวลาห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ ๓ เพลาขึ้นไป  และรถพ่วง (รย.๑๖)  เดินรถในถนนพระบารมี (ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๒๙) ตั้งแต่ถนนพระบารมีตัดถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต  ถึงตำบลป่าตอง  อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต  ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา  ถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา  และระหว่างเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา  ถึงเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา

         ข้อ ๓ การกระทำใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศเจ้าพนักงานจราจรทางบกจังหวัดภูเก็ต และมีโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ

         ข้อ ๔ บรรดาประกาศ หรือข้อบังคับหรือระเบียบใด ที่เจ้าพนักงานจราจรทางบกจังหวัดภูเก็ต ได้ออกใช้บังคับไปแล้ว ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้ให้ยกเลิกและใช้ประกาศฉบับนี้แทน

         ข้อที่ ๕ ประกาศฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

         สำหรับลักษณะรถแต่ละประเภทตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 (รย.1-17) รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รย.2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รย.3 รถบรรทุกส่วนบุคคล รย.4 รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล รย.5 รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รย.6 รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน รย.7 รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง รย.8 รถยนต์รับจ้างสามล้อ รย.9 รถยนต์บริการธุรกิจ รย.10 รถยนต์บริการทัศนาจร รย.11 รถยนต์บริการให้เช่า รย.12 รถจักรยานยนต์รย.13 รถแทรกเตอร์ รย.14 รถบดถนน รย.15 รถใช้งานเกษตรกรรม รย.16 รถพ่วง และรย.17 รถจักรยานยนต์สาธารณะ