10 วิธีแก้รอยผิวแตกลาย สำหรับคนที่ไม่อยากเลเซอร์!

         ผิวแตกลาย เป็นรอยเห็นชัดจากการที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เร็วเกินไป แต่ไม่อยากเลเซอร์ อย่าเพิ่งท้อ 10 วิธีนี้ช่วยได้!

1. LEMON JUICE

         น้ำเลม่อน มีความเป็นกรดที่ช่วยรักษารอยแตกลายรวมถึงแผลเป็นอื่นๆอีกด้วย ส่วนวิธีทำนั้นง่ายมากๆ หั่นเลม่อนครึ่งลูก แล้วนำมาถูบริเวณผิวที่มีผิวรอยแตกลาย ทิ้งไว้สัก 10 นาทีให้น้ำเลมอนซึมเข้าสู่ผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งค่ะ

2. EGG WHITES

         รู้หรือไม่ ว่าไข่ขาวสามารถช่วยลดรอยแตกได้ด้วย! ทั้งนี้ก็เพราะมันมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

         ส่วนขั้นตอนการเตรียมการนั้น ตอกไข่สองใบแล้วแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง ตีให้เข้ากัน แล้วใช้ “แปรง” หรือ “นิ้ว” ทาบนผิวบริเวณที่มีรอยแตก แล้วรอให้แห้งประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นก็เป็นอันเสร็จ สำหรับวิธีนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยค่ะ 🙂

3.  ALOE VERA

         อาโลฮ่า~ อะโลเวร่า~ หรือว่านหางจระเข้นั่นเอง ซึ่งความเย็นและสรรพคุณในการช่วยบรรเทาผิวของมันจะช่วยให้รอยแตกลายของผิวจางลงได้ แนะนำให้ใช้แบบสดๆ จากใบนะคะ นำใบว่านหางจระเข้มาถูบริเวณผิวที่มีรอยแตกประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถทำได้ทุกวันเช่นกันค่ะ

4. SUGAR SCRUB

         SUGAR~ YES PLEASE! Put it down on me รัวๆ เลยค่ะ งานนี้เราใช้น้ำตาลมาสครับผิวแก้รอยแตกลายได้! textureของน้ำตาล สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้รอยแตกจางลงได้

วิธีทำสครับน้ำตาล :

         1. ตักน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะใส่ในชาม

         2. หยดน้ำเลม่อนและน้ำมันอัลมอนด์ลงในน้ำตาล คนให้เข้ากัน

         หลังจากนั้น ให้ทาวนสครับบนบริเวณผิวแตกลายที่ต้องการประมาณ 3-5 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วเช็ดให้แห้ง ทำติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนจะเห็นผลชัดเจนขึ้นค่ะ

5. POTATO JUICE

         ฟังดูแปลก แต่ช่วยได้จริง “มันฝรั่ง” ที่เรานำมาทอดกินเป็นเฟร้นช์ฟรายส์นี่แหละค่า สามารถช่วยลดรอยแตกลายได้เช่นกัน เพราะในน้ำมันฝรั่งมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จะช่วยเร่งในการฟื้นฟูเซลล์ผิวด้วย ส่วนขนาดของมันฝรั่งนั้น แนะนำขนาดกลางๆค่ะ แล้วตัดเป็นแผ่นหนาๆ จากนั้นก็นำมาถูวนบริเวณผิวที่มีรอยแตกลายประมาณ 3-5 นาที ปล่อยให้น้ำมันฝรั่งค่อยๆ แห้งซึมไปกับผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

6. OLIVE OIL

         น้ำมันมะกอกนี่สารพัดประโยชน์มาก ช่วยบำรุงได้ทั้งเรื่องผมและผิวพรรณ และด้วยความที่น้ำมันมะกอกนั้นมีฤทธิ์เย็น ชุ่มชื้น และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีก มันเลยเหมาะที่จะใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวมากๆ ส่วนวิธีใช้นั้น ให้นำน้ำมันมะกอกอุ่นในไมโครเวฟให้พออุ่น ไม่ต้องถึงขั้นร้อนจัด เดี๋ยวจะลวกผิวนะจ้ะ จากนั้นค่อยๆทาลงบนบริเวณที่มีรอยแตกโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนั้น ความอุ่นของน้ำมันจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีและผิวยังนุ่มขึ้นอีกด้วย

7. STRETCH MARK CREAM/ MOISTURIZING LOTION

         เราอาจจะเห็น Stretch mark cream หรือครีมลดรอยแตกลายขายมากมาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีส่วนผสมและ texture ที่แตกต่างกันออกไป คำแนะนำของ Favคือการลองเท่านั้น เนื่องจากสภาพผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนใช้แล้วได้ผล บางคนใช้แล้วไม่ได้ผล มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงความสาหัสของบริเวณผิวที่แตกด้วย

         ส่วนใครที่อยากประหยัด แนะนำให้ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ สามารถใช้ได้เช่นกัน การที่ผิวแตกหย่อนคล้อยก็มีสาเหตุมาจากการที่ผิวขาดความชุ่มชื้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเลือกประเภทของครีมที่เหมาะสมกับตัวเองนะจ้ะ

8. RETINOL CREAM

         เรตินอลหรือกรดวิตามินเอนั้น จะถูกนิยมนำมาใช้ทางด้านความงาม ทั้งเรื่องสิว หรือ anti-aging รวมไปถึงการลดรอยแตกลายของผิวอีกด้วย แต่ทั้งน้ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ต้องจำไว้ว่าสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และหากมีอาการแพ้ แสบแดง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที  

9. DRINK WATER!!

         เรื่องง่ายที่หลายๆ คนอาจทำไม่ครบสักที คือการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 8-10 แก้ว การทำให้ร่างกายชุ่มชื้นตลอดเวลาจะส่งผลให้ผิวพรรณชุ่มชื้นด้วย

10. GOOD DIET & EXERCISE

         หากทำมาหมดทั้ง 9 ข้อแล้วแต่มาตายเอาข้อ 10 คือยังคุมเรื่องโภชนาการไม่ได้ก็จบ การหักโหมลดน้ำหนักเร็วเกินไปก็จะยิ่งทำให้ผิวพรรณหย่อนคล้อยและแตกลายได้ หรือบางคนอาจเลือกที่จะทานยาลดความอ้วน ซึ่งบางตัวก็ทำให้เกิด effect ต่อผิวพรรณได้เช่นกัน ดังนั้น ทางที่ดีคือการหาบาลานซ์ระหว่างการทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่หนักไป เบาไป เพียงเท่านี้รับรองว่าคุณจะเห็นผลที่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน!