“RAYA” เดินหน้าศิลป์ใต้สมุทรภูเก็ต อธิบดี ทช. ติดตามความคืบหน้า ผนึกศิลปินสร้างแลนด์มาร์กใหม่ใต้ทะเล
🔴🚩“RAYA” เดินหน้าศิลป์ใต้สมุทรภูเก็ต อธิบดี ทช. ติดตามความคืบหน้า ผนึกศิลปินสร้างแลนด์มาร์กใหม่ใต้ทะเล
วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา13.30 น. ณ โรงงานบัวปูนปั้นและเสาโรมัน GRC ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างประติมากรรมใต้สมุทร ภายใต้โครงการ “RAYA Underwater Art Museum” หรือพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร RAYA
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมศิลป์ภูเก็จ พร้อมศิลปินและทีมงานโครงการ ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าการจัดสร้างผลงานประติมากรรม ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงงานศิลปะเข้ากับการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
โครงการ RAYA Underwater Art Museum ถือเป็นแนวคิดใหม่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมุ่งสู่การเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทรแห่งแรกของเอเชีย และแห่งที่ 3 ของโลก ต่อจากแหล่งพิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้ทะเลในประเทศออสเตรเลียและเม็กซิโก มีเป้าหมายยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็น World Art & Culture Destination พร้อมสร้างจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก
ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันแหล่งดำน้ำบริเวณแนวปะการังธรรมชาติได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การเพิ่มแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์ จึงเป็นอีกแนวทางในการช่วยกระจายกิจกรรมการท่องเที่ยว ลดความหนาแน่นและลดแรงกดดันต่อแนวปะการังธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน ประติมากรรมที่จะนำไปจัดแสดงใต้ทะเลได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางทะเล โดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีคุณสมบัติเอื้อต่อการเกาะฝังของตัวอ่อนปะการัง รวมถึงสามารถพัฒนาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลได้ในอนาคต ทำให้งานศิลปะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศใต้ทะเล
สำหรับ แนวคิดด้านศิลปะ โครงการได้หยิบยกเรื่องราวจาก วรรณคดีไทยเรื่อง “รามเกียรติ์” ตอน “จองถนน” มาถ่ายทอดผ่านประติมากรรมขนาดใหญ่ สื่อถึงเหตุการณ์การสร้างสะพานข้ามทะเลของกองทัพพระราม โดยผลงานสำคัญประกอบด้วย “ทศกัณฑ์” สูงประมาณ 6 เมตร กว้าง 8 เมตร, “พระราม” สูงประมาณ 5.50 เมตร บนซุ้มประตูสูงไม่เกิน 6 เมตร, “สุพรรณมัจฉา” สูงประมาณ 4.50 เมตร และ “ก้อนถนน”
ด้านการดำเนินงาน ปัจจุบันทีมงานอยู่ระหว่างการจัดสร้างและตรวจสอบรายละเอียดของประติมากรรมแต่ละชิ้น โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมและความมั่นคงของโครงสร้าง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพท้องทะเล กระแสน้ำ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นที่ติดตั้ง โดยองค์ประกอบทางศิลปะได้รับการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์และสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แก่ผู้ชมใต้น้ำ
นอกจากนี้ ดร.ปิ่นสักก์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของงานประติมากรรม ถือว่ามีความน่าสนใจและมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้แห่งใหม่ แต่รายละเอียดด้านวิศวกรรมและการติดตั้ง จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและปลอดภัยต่อทั้งโครงสร้าง นักดำน้ำ และทรัพยากรทางทะเล
ทั้งนี้ คาดว่างานประติมากรรมทั้งหมดจะจัดสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569นี้ ก่อนเตรียมนำลงติดตั้งใต้ท้องทะเลบริเวณ หมู่เกาะชา จังหวัดภูเก็ต อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2570 หลังสิ้นสุดฤดูมรสุมของภาคใต้ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยสมาคมศิลป์ภูเก็จ ศิลปิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ RAYA Underwater Art Museum สามารถพัฒนาเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่ พื้นที่นำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย และต้นแบบการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
นอกจากนี้ โครงการ RAYA Underwater Art Museum มีจุดเด่นตรงการนำ “ศิลปะไทย” มาผสานกับ “การท่องเที่ยวดำน้ำ” และ “การอนุรักษ์ทะเล” ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างจุดหมายใหม่ให้ภูเก็ตนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเดิม ในมิติสิ่งแวดล้อม การสร้างแหล่งดำน้ำใหม่อาจช่วยกระจายความหนาแน่นของนักดำน้ำออกจากแนวปะการังธรรมชาติ ขณะที่การใช้วัสดุที่เอื้อต่อการเกาะตัวของสิ่งมีชีวิตทางทะเล อาจทำให้ประติมากรรมพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งอาศัยทางทะเลได้ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากความโดดเด่นของประติมากรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความมั่นคงของโครงสร้าง การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว และการบริหารจัดการพื้นที่ดำน้ำในระยะยาว หากทุกภาคส่วนสามารถบริหารจัดการอย่างสมดุล RAYA มีโอกาสกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการใช้ “ศิลปะเพื่อการท่องเที่ยวควบคู่การอนุรักษ์” และช่วยเสริมภาพลักษณ์ภูเก็ตให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวทางทะเลในระดับนานาชาติต่อไป
#RAYAUnderwaterArtMuseum #RAYA #พิพิธภัณฑ์ศิลป์ใต้สมุทร #สมาคมศิลป์ภูเก็จ #อัญชลีวานิชเทพบุตร #ภูเก็ต #ปิ่นสักก์สุรัสวดี #กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง #ทช #ศิลปะใต้ทะเล #รามเกียรติ์ #จองถนน #ท่องเที่ยวภูเก็ต #ดำน้ำ #อนุรักษ์ทะเล #ท่องเที่ยวยั่งยืน #Phuket #UnderwaterArt #phuketprice #MarineTourism





































