“ชาวป่าคลอก” ร้อง “นายกป่าคอลก” ปัญหา “ลิงแสม” บุกยึดบ้าน

       

         ชาวบ้านป่าคลอก โอดเดือดร้อนหนัก เจอลิงแสมรื้อค้นทำลายข้าวของ ด้าน ทต.ป่าคลอก ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง เร่งสำรวจเกาะบริวารหาพื้นที่เหมาะสม หวังใช้เป็นที่อยู่อาศัยใหม่บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้าน ขณะที่ คณะกรรมการติดตามกลไกและพิจารณาการปกป้องคุ้มครองสัตว์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติติดตามการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน

         จากปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านบ้านยามูและบ้านบางโรง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต อันเกิดจากลิงแสมที่อาศัยอยู่ในป่าโกงกางที่อยู่ติดกับบ้านเรือนริมชายฝั่งมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งมีอาชีพประมง และได้ตั้งโรงเรือนเพื่อเก็บอุปกรณ์การทำประมง แต่อดีตจำนวนลิงมีไม่มากนัก จึงไม่เกิดปัญหา ต่างกับปัจจุบันซึ่งปริมาณเพิ่มมากขึ้น และได้มาสร้างปัญหาให้กับชาวบ้าน รวมถึงผู้สัญจรไปมา และนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำอาหารมาให้ลิงกินจนเกิดความเคยชิน เมื่อไม่มีใครนำอาหารมาให้ก็จะเข้าไปรื้อค้นข้าวของในบ้านเรือนไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งของที่อยู่ภายในตู้เย็น ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนไปร้องเรียน กับเทศบาลตำบลป่าคลอก เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว

           หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เล่าให้ฟังว่า ด้านหลังร้านค้าจะมีฝูงลิงอยู่จำนวนหนึ่ง มีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ทันทีที่เปิดประตูหลังร้าน พวกมันจะวิ่งเข้ามารื้อค้นข้าวของทันที ทั้งที่วางไว้บนโต๊ะ เช่น ขนม กระดาษทิชชู่ กล่องไม้จิ้มฟัน เป็นต้น หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่อยู่ในตู้เย็น สาเหตุส่วนหนึ่งที่อาจจะมาจากการที่มีคนเอาอาหารไปให้พวกมันกิน รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย จึงทำให้มันเกิดความเคยชิน และไม่ยอมไปหาอาหารตามธรรมชาติ เมื่อไม่มีใครให้อาหารมันก็จะออกมารื้อค้นข้าวของตามบ้านเรือนที่อยู่โดยรอบ และบางครั้งจะเข้าไปแย่งมาจากมือของนักท่องเที่ยว  หากปล่อยไว้และมีการทำร้ายชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด ส่วนกรณีที่จะมีการนำลิงเหล่านี้ไปอยู่ที่อื่นที่เหมาะสมถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่กังวลว่าหากนำไปไม่หมด ส่วนที่เหลือก็จะยังก่อความเดือดร้อนรำคาญได้อีก เพราะลิงเหล่านี้จะมีลูกเร็ว

          ขณะที่ นายปัณยา สำเภารัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าคลอก กล่าวว่า  ในพื้นที่ตำบลป่าคลอก มี 9 หมู่บ้าน และทุกหมู่บ้านจะมีพื้นที่ติดชายทะเล ในอดีตชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำประมง  และจะมีการตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทะเล เพื่อสะดวกในการเก็บอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในการทำประมง  และเนื่องจากพื้นที่บางส่วนริมทะเลป่าคลอกจะมีแนวติดกับป่าชายเลน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด และหนึ่งในนั้น คือ ลิงแสม  เนื่องจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นทำให้ส่วนหนึ่งออกมาหากินนอกป่าโกงกาง  และมีการรื้อค้นข้าวข้องต่างๆ ตามบ้านเรือนของชาวบ้าน ทั้งหม้อหุงข้าว ตู้เย็น หรืออื่นๆ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมาก

         “จากปัญหาที่เกิดขึ้นทางเทศบาลฯ ได้มีการเรียกประชุมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากลิงแสม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว, ป่าชายเลน เป็นต้น มาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาทางออกของปัญหาร่วมกัน  เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะหาพื้นที่ให้ลิงแสมเหล่านี้ไปอยู่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่กังวลว่า หากย้ายไปแล้วลิงเหล่านี้จะเป็นอยู่อย่างไร ทั้งเรื่องของสภาพภูมิประเทศ อาหารการกิน หรืออื่นๆ”

           นายปัณยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเทศบาลฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจเกาะบริวารในพื้นที่ป่าคลอกซึ่งอยู่ในความดูแลของอำเภอและท้องถิ่น  หากจะใช้ต้องขออนุมัติจากผู้ว่าฯ  โดยพบว่าหลายเกาะมีความเหมาะสม ทั้งด้านสภาพภูมิประเทศและแหล่งอาหารที่มีเพียงพอรองรับ  แต่ทั้งนี้ต้องหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

          อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า  ปัญหาจากลิงของจังหวัดภูเก็ตนั้นไม่ได้มีเฉพาะในพื้นที่บ้านยามูและบางโรงเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ เช่น เขารัง เขาโต๊ะแซะ เกาะสิเหร่ เป็นต้น โดยในการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้น ทางหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะเข้ามาดูแลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญ คือ การปรับพฤติกรรมของคนเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ รวมทั้งในส่วนของท้องถิ่นก็จะต้องเข้ามาดูแลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง  และปัญหาดังกล่าวอยู่ในความสนใจของคณะกรรมการติดตามกลไกลและพิจารณาการปกป้องคุ้มครองสัตว์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

         ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.ย.60 คณะกรรมการติดตามกลไกและพิจารณาการปกป้อง คุ้มครองสัตว์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการ ฯ พร้อมคณะอนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตดูสภาพปัญหาลิงในแต่ละพื้นที่ ทั้งบ้านยามูและบ้านบางโรง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง บริเวณสวนสาธารณะเขารังและจุดชมลิวเกาะสิเหร่ อ.เมืองภูเก็ต รวมทั้งการประชุมร่วมกับทางจังหวัดภูเก็ต เพื่อมารับทราบแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน โดยมี นายนรภัทร ปลอดทองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอแผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากลิงแสมและลิงกังในจังหวัดภูเก็ต  ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน

          นายนรภัทร กล่าวว่า สถานที่หลักที่ลิงอาศัยอยู่ มีจำนวน 7 จุด คือ บริเวณเขารัง, เขาโต๊ะแซะ ซอยท่าจีน, กิ่งแก้วซอย 9 และ เกาะสิเหร่ อ.เมืองภูเก็ต กับท่าเรือบางโรงและบ้านยามู ต.ป่าคลอก อ.ถลาง  โดยมีลิง 2 ประเภท คือ ลิงกังกับลิงแส พฤติกรรมของลิงที่พบ ได้แก่ แย่งอาหาร, รื้อข้าวของเครื่องใช้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน, รอนักท่องเที่ยวให้อาหาร ทำร้านนักท่องเที่ยวและทำร้ายนักท่องบ้าง แนวทางแก้ไขปัญหา  คือ ทำการสำรวจและจัดทำข้อมูลเกาะบริวารของเกาะภูเก็ต เพื่อหาแหล่งที่อยู่ทางเลือกใหม่ให้ลิงแสมและลิงกัง ซึ่งดำเนินการแล้ว  5 เกาะ ได้แก่ เกาะงำกับเกาะปายู ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง เกาะทะนานและเกาะแพ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง กับ เกาะมาลี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต รวมทั้งได้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ผู้มีส่วนได้เสียบริเวณพื้นที่ที่ลิงอาศัย ส่วนของแผนงานที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต คือ ทำหมันลิง, อพยพลิงบางส่วนไปยังพื้นที่เกาะที่ทำการสำรวจแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะปล่อยลิงสู่ธรรมชาติ , ในพื้นที่ทั้ง 7 แห่งที่อาศัยอยู่จะต้องมีมาตรการควบคุมการให้อาหาร เช่น เวลา จุดให้อาหาร เป็นต้น อย่างเข้มงวด และต้องไม่มีการเปิดจุดให้อาหารลิงแห่งใหม่

          ขณะที่ นายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการฯ นั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากลิงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อควบคุมประชากรลิงแสมและลิงกังไม่ให้มีปริมาณมากเกินไป เพื่อป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรและนักท่องเที่ยว เพื่อลดภาระในการเฝ้าระวังในการดูแลทรัพย์สิน อาคารบ้านพัก ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของราษฎรและนักท่องเที่ยว ให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งเรียนอย่างถูกต้อง โดยจะดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2561-2563

           อย่างไรก็ตามในการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการติดตามกลไกและพิจารณาการปกป้อง คุ้มครองสัตว์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  กับจังหวัดภูเก็ต ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากลิง เป็นการลดข้อขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ และจากการลงพื้นที่พบว่าลิงตามจุดต่าง ๆในจังหวัดภูเก็ต ยังคงไม่มีปัญหามากเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวมากนัก แต่เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวและประชาชนนำอาหารไปให้ทำให้พฤติกรรมของลิงเปลี่ยนไป  คาดว่าหลังจากมีการสำรวจและดำเนินการตามแผนที่วางไว้จะทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปอย่างแน่นอน