โรงแรม สลีพวิธมีฯ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ภายในองค์กร “ปันน้ำใจช่วยน้องหมา ณ บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต”

         โรงแรม สลีพวิธมีฯ เล็งเห็นปัญหาสุนัขจรจัด เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยวจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ภายในองค์กร “ปันน้ำใจช่วยน้องหมา” บริจาคอาหาร สิ่งของ และทำความสะอาด “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต”

          เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา พลเรือตรีบวร มัทวานุกูล รอง ผอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต  นายอนุชา ธีรพิทยานนท์  สัตวแพทย์ อาวุโส รักษาราชการแทนปศุสัตว์ จ.ภูเก็ต นายสิทธิชัย ธนากรเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ โรงแรม สลีพวิธมี โฮเทล ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตอง พร้อมด้วย พนักงาน เจ้าหน้าที่จากโรงแรมฯ ตลอดจนประชาชนทั่วไป รวมถึงองค์กรจากภาคเอกชน และสื่อมวลชน ได้ร่วมกิจกรรม “ปันน้ำใจช่วยน้องหมา” มอบและบริจาคสิ่งของ ทำความสะอาด บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ตสวนป่าบางขนุน หมู่ 5ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

         นายสิทธิชัย  ธนากรเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ โรงแรม สลีพวิธมี โฮเทล ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตอง เผยว่า วัตถุ ปร ะสงค์ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เนื่องจาก “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต” ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก  สุนัขจรจัด ถือว่าเป็นปัญหาส่วนหนึ่งและมองว่าเป็นปัญหาในส่วนของทางด้านสังคมและเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง เนื่องจากปัญหาสุนัขเร่ร่อนทั่วไปกลุ่มนี้ อาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวหรือเปล่า โดยในส่วนของทางโรงแรมสลีพวิธมี ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตอง ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมปีละ 4-6 ครั้ง อย่างเช่น กิจกรรมรับบริจาคโลหิต ซึ่งจะจัดกิจกรรมก่อนช่วงสงกรานต์ และ ก่อนช่วงปีใหม่ โดยจะบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ปีละ 2 ครั้ง ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น การปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ปลูกป่าชายเลน และไปบ้านพักคนชรา ก็จะจัดกิจกรรมสลับหมุนเวียนกันไป สำหรับในปีนี้จึงเลือกมาจัดที่ “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต” โดยปกติแล้วในโรงแรมของเราก็จะมีหน่วยงานจัดกิจกรรมแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะมีการหาข้อมูลตลอดว่ามีหน่วยงานไหนที่ขาดแคลนอะไรบ้าง และมีความต้องการให้ช่วยเหลืออะไรบ้าง
“บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต” ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ปัจจุบันมีประชากรสุนัขเกือบๆ 500 ตัว และมีแมวบางส่วน ในปัจจุบันเนื่องจากปริมาณสุนัขมีจำนวนมาก จึงทำให้มีความต้องการสนับสนุนด้านอาหารสุนัข และ สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการทำความสะอาด หรือ เกี่ยวข้องกับสุนัข เช่น กะละมัง ไม้กวาดพลาสติกไว้สำหรับกวาดใบไม้ ถุงดำอย่างหนา คราดพลาสติก เป็นต้น

         นายสิทธิชัย  กล่าวต่ออีกว่า ปัญหาสุนัขจรจัด ถือว่าเป็นอีกปัญหาหลักของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางภาครัฐได้มีการจัดตั้งมูล นิธิต่างๆ เพื่อรองรับและดูแลปัญหาในส่วนนี้ เพราะเราเป็นเมืองท่องเที่ยว การดูแลในส่วนนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งในด้านภาพลักษณ์  และความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ดังนั้น ทางโรงแรมสลีพวิธมี ดีไซน์โฮเทล แอท ป่าตอง จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญ และอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนภาครัฐ เพราะถือว่า ทางโรงแรมก็เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการฉลองครบรอบ 4 ปี ของโรงแรม จึงได้จัดกิจกรรมชักชวนพนักงานในองค์กรและหน่วยงานภาคเอกชน รวมถึงจิตอาสา เข้าร่วมทำโครงการบริจาค อาหาร สิ่งของ และ ทำความสะอาด “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต”การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความสามัคคีภายในองค์กรแล้ว ยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางด้านสังคมของภาครัฐบาล รวมถึงยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และการพัฒนาภูเก็ต ของเราให้เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม มีความสวยงาม ความสะอาด และความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาอีกด้วย

        ส่วนทางด้าน นายอนุชา  ธีรพิทยานนท์  สัตวแพทย์ อาวุโส รักษาราชการแทนปศุสัตว์ จ.ภูเก็ต ได้เผยให้ฟังว่า ในส่วนของ  “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต” ในปี 2560 เราได้งบประมาณจากทางจังหวัดภูเก็ต โดย นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงบ้านหมา เช่น คลินิกรักษารพ.สัตว์ข้างใน บ้านพักคนงาน โรงเก็บอาหาร และการเทพื้นคลอกเพื่อให้สุนัขมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ซึ่งปัจจุบันมีโครงการของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี” ที่ได้จัดทำโครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า”  ซึ่งโครงการนี้เราได้นำมาเชื่อมต่อกับของโครงการ“บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต”  ซึ่งเราได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547  และในปัจจุบันนี้มีโครงการที่เข้ามาร่วมด้วยโดยเฉพาะท้องถิ่นต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือกับ สำนักงานปศุสัตว์จ.ภูเก็ต โดยเราจะมีกระบวนการจัดการบริหาร สุนัขจรจัดที่ไปก่อเหตุรำคาญตามท้องถิ่นต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อที่จะนำมาอยู่ที่ “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต” เพื่อที่จะไปลดการไล่กัดนักท่องเที่ยว หรือมลภาวะให้กับท้องถิ่นที่ไปสร้างปัญหาให้กับจังหวัดภูเก็ต

         ส่วนในอนาคตคิดว่าในปี 2562 ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะให้งบประมาณมาอีก ประมาณ 8 ล้านบาท ในการที่จะสร้างคอนโดหมา และ คอนโดแมว เพื่อจะนำมาปรับปรุงภายในและต่อเติมส่วนรั้วที่กั้นข้างใน และทางด้านสวัสดิภาพการดูแลในเรื่องของสุขภาพสัตว์ด้วย รวมถึงรถโมบายยูนิต สำหรับเคลื่อนที่ไปรักษาพยาบาลสัตว์ ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ซึ่งคาดว่าในส่วนนี้ โครงการ“บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต”  คงจะเต็มรูปแบบ ภายใต้การดูแลรักษาตามมาตรฐานสากล ทางด้านสุขภาพสัตว์ และการหาบ้านใหม่ให้กับสุนัขเราก็จะทำควบคู่กันไปด้วย รวมถึงจะทำการเลี้ยงดู ฟื้นฟู ดูแลสุขภาพสัตว์ หรือ สุนัขให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สวยงาม ในอนาคตอาจจะมีครูฝึกสุนัข เพื่อที่จะมีสุนัขที่สามารถ สั่งหมอบ คลาน ให้คุ้นเคยกับเจ้าของและหาบ้านใหม่ให้กับสุนัขด้วย

         นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดต้นๆที่ใช้งบ CEO โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตร่วมกับองค์ท้องถิ่นต่างๆ ในการสั่งงบประมาณสนับสนุน มาเป็นระยะเวลา 13 ปีแล้ว ส่วนสุนัขในโครงการตอนนี้ มีอยู่ประมาณ 500 ตัว และก็จะมีการหมุนเวียนเพื่อหาบ้านใหม่ต่อไป ส่วนสุนัขที่เข้ามาใหม่เราจะมีมาตรการควบคุมปริมาณ คือ จะต้องมีการทำหมัน ก่อนที่จะนำเข้า ในส่วนนี้จึงขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ณ ปัจจุบันเรามีตู้รับบริจาค โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนใน โครงการบ้านพักพิงสุนัขจรจัด  กับทาง ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี  805 08319144

         สำหรับ ค่าใช้จ่ายในโครงการ เราได้รับเงินหนุนจากท้องถิ่นทั้งหมด ไม่เกินเดือนละ 1 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในส่วนของจ้างคนดูแล การจ้างคนเก็บข้อมูล การจ้างหมอ-พยาบาลมาดูแลตรงนี้ และค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งไม่พอกับค่าใช้จ่าย ถ้าทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน มีกองทุนเราก็จะไปเสริมในส่วนของงบประมาณที่จะดำเนินการต่อไป และในส่วนของบุคลากรด้วย สำหรับปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายถือว่าเป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน เพราะว่าเรามีสุนัขประมาณ 500 ตัว และจำเป็นต้องใช้คนดูแล ไม่ว่าจะเป็นหมอ คนเลี้ยงดู หรือ คนจับอาบน้ำ ถ้าสุนัขที่ดูแลดีๆ สามารถจับอาบน้ำได้ทุกวัน ปัญหาเรื่องเห็บหมัด ก็จะไม่มีหรือมีน้อยลง สุนัขก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง และคิดว่าคนที่จะมาหาสุนัขที่ไปเลี้ยง ก็สามารถมาหาจาก “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด ภูเก็ต”  ได้อีกด้วย ค่าใช้จ่ายของสุนัขในแต่ละวัน โดยปกติ สุนัข 1 ตัว จะกินอาหาร ประมาณ 400-500 กรัม  สุนัข 1 ตัว กินอาหารโดยเฉลี่ย ครึ่งกิโล ถ้ามีสุนัขประมาณ 500 ตัว อาหารก็ประมาณ 250 ถุง/วัน อาหารกิโลละ 40 กว่าบาท โดยเฉลี่ย ซึ่งงบประมาณที่ได้ยังไม่เพียงพอกับรายจ่าย ถ้างบไม่เพียงพอเราก็ไม่สามารถดูแลให้สุนัขอยู่ในระดับมาตรฐานสากลได้เช่นกัน นายอนุชา กล่าวทิ้งท้าย