ไม่ปล่อยผ่าน! นายกฯ อนุทินบินกลับภูเก็ต สานต่อภารกิจ ลุยคดี รับฟังรายงานรุกหาดฟรีดอม

ไม่ปล่อยผ่าน! นายกฯ อนุทินบินกลับภูเก็ต สานต่อภารกิจ ลุยคดี รับฟังรายงานรุกหาดฟรีดอม
.
                วันที่ 13 พ.ค 69 เวลา 17.00 น. ที่บริเวณทางลงหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจับกุมกรณีบุกรุกพื้นที่สาธารณะและป่าสงวนบริเวณหาดฟรีดอม ภายหลังภารกิจตรวจพื้นที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากติดภารกิจเร่งด่วนที่จังหวัดระนอง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้บังคับการตำรวจภูธรภูเก็ต ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่รอให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง

           การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาและรายงานสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดทิศทางการบริหารจัดการหาดฟรีดอมอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาใช้บริการชายหาดได้อย่างสะดวกและอุ่นใจ

            ภายหลังรับฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า คดีบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดฟรีดอมได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนแล้วเสร็จ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องมาขอความเมตตาจากตน โดยได้แสดงความเสียใจและขออภัยที่ลงพื้นที่ล่าช้า จนทำให้ได้รับผลกระทบจากการถูกผู้มีอิทธิพลรังแก พร้อมยืนยันว่าได้กำชับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่หาดฟรีดอมในระยะต่อไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

             ซึ่งการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่และการเดินหน้าสานต่อภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงพื้นที่ส่วนรวมอย่างเท่าเทียมและโปร่งใส อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน และมุ่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม