Chateau Du Village ทุ่มงบหนึ่งพันสองร้อยล้านบาท สร้างอาณาจักร หรู มีระดับ เตรียมรับนักท่องเที่ยวในช่วงฮายซีซั่นนี้ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ บนพื้นที่ป่าตอง

Chateau Du Village ทุ่มงบหนึ่งพันสองร้อยล้านบาท สร้างอาณาจักร หรู มีระดับ

เตรียมรับนักท่องเที่ยวในช่วงฮายซีซั่นนี้ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ บนพื้นที่ป่าตอง

                    “Chateau Du Village” เป็นความร่วมมือของ 2 ผู้บริหารหนุ่มคนท้องถิ่นภูเก็ต พร้อมทุ่มงบ ปักหมุดเดินหน้าลงทุนและมองเห็นศักยภาพบนพื้นที่ป่าตอง เพื่อมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อน ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดภูเก็ต และมุ่งหน้าสู่เมืองป่าตอง เพื่อพักผ่อน ยังสถานที่ ที่เงียบสงบ ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งความสะดวกสบายครบครัน ในทำเลป่าตองตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่กว่าๆ ที่จะพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงฮายซีซั่นนี้

                 นายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล หนึ่งในผู้บริหารคนหนุ่มไฟแรง (CEO) บริษัท ชาโต้ ภูเก็ต จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ Chateau Du Village ที่มีความหมาย Chateau ซึ่งเป็นชื่อ ฝรั่งเศส ที่ย่อมาจาก ปราสาท Chateau Du Village จึงแปลว่า ปราสาทท่ามกลางหมู่บ้านและเป็นชื่อที่ตรงตัวเลย โดยเอาความโมเดิร์ลเข้ามาผสมผสานให้มากยิ่งขึ้นทำให้ดูไม่ให้มีความรู้สึกเก่าแก่และน่ากลัวเกินไป จึงตอบโจทย์กับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่ป่าตอง ซึ่งมีอายุประมาณ 25ปี แต่ไม่เกิน 45 ปี เป็นกลุ่มตลาดเป้าหมายหลักๆของเราที่วางไว้ “โรงแรมChateau Du Village” ตั้งอยู่ที่ป่าตอง อยู่บนถนนสาย ก. หรือสาย 3 เส้นทางไปกะตะกะรน ก่อนถึงนาในซอย8 จะเห็นป้ายโรงแรม Chateau Du Village ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ จึงอยากให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของป่าตอง

                 โรงแรม​ Chateau Du Village สร้างเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว แบ่งจำนวนห้องพัก ทั้งหมด 10 ขนาด จากทั้งหมด จำนวน 221 ห้อง โดยใช้ชื่อ โครงการ Chateau Du Village คาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดตัวโรงแรม ให้เข้ามาใช้บริการได้ ก็ประมาณในช่วงฮายซีซั่นในปี 2567 นี้ โดยโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ1 ไร่ 2 งาน ซึ่งมูลค่ารวมทั้งโครงการเมื่อแล้วเสร็จจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ ประมาณ 8 ร้อยล้านบาท

                 นอกจากนี้ โรงแรมChateau Du Village เรามีสระว่ายน้ำ จำนวน 2 สระ และตัวอาคารมีทั้งหมด 3 อาคาร ซึ่งมีสระว่ายน้ำอยู่บนดาดฟ้า รวมถึงห้องอาหาร, ฟิตเนส, มีซิก้าร์บาร์,ไวน์บาร์ และคาเฟ่จะอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม ไว้บริการให้กับลูกค้าที่มานั่งรอกันแบบชิวๆ รวมถึงเรายังได้แบ่งสัดส่วนพื้นที่จอดรถสามารถเข้ามาจอดได้มากถึง 90 คัน มองว่าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า และเราน่าจะเป็นโรงแรมแรกๆ ในภูเก็ตที่ได้นำที่จอดรถอัตโนมัติแบบกระเช้า แบบที่กรุงเทพฯใช้และจะมีที่ชาร์จไฟฟ้า EV ทั้งหมด 4 หัว ไว้ให้กับลูกค้าที่ใช้รถไฟฟ้าสามารถใช้ได้ด้วย รวมถึงบริการรถรับ-ส่งให้กับลูกค้า ฟรี เฉพาะแขกที่พักในโรงแรมอีกด้วยเช่นกัน

                      สำหรับ กลุ่มลูกค้าและการตลาดของโรงแรมจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 จะเป็นตลาดเอเจน สร้างคอนแทคเหมาเป็นแบบรายปี จะอยู่ที่ประมาณ 100 ห้อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มตลาดรัสเซียเป็นหลัก หรือ อาจจะมีกลุ่มคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน ที่มีปะปนอยู่บ้าง ส่วนกลุ่มที่ 2 ก็ยังคงเป็นกลุ่มนี้เหมือนกัน แต่อาจจะมีปะปนตลาด UAE (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) หรืออาจจะมีตลาดของกรีซผสมอยู่บ้าง และกลุ่มสุดท้าย คือ เป็นกลุ่มตลาดออนไลน์ ออนไลน์เอเจนทั่วไป ตรงกลุ่มนี้ มีประมาณ 20% เท่านั้น

                          นายพัทธนันท์ ยังได้กล่าวถึง การตัดสินใจวางแผนและลงทุนดำเนินธุรกิจในพื้นที่ป่าตอง คือ ได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าใน 2 ปีนี้จะลงทุนในเขตป่าตอง เนื่องจากในช่วงหลังโควิด-19 จำนวนห้องพักในพื้นที่ป่าตอง ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักๆ คือ จำนวนโรงแรมที่สร้างจากเกสเฮ้าส์ หรือ อะพาร์ตเมนต์ ที่เป็นโรงแรมดัดแปลงหายไปพอสมควร จึงทำให้ความต้องการห้องพักในพื้นที่ป่าตองไม่เพียงพอและเป็นอันดับที่ต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการเลือกมาพักสูง ประกอบกับว่าพื้นที่ในเขตป่าตอง โรงแรมที่เกิดขึ้นใหม่มีไม่มาก ทั้งนี้ เราจึงสามารถสร้างความแตกต่างในรูปแบบของด้านบริการ หรือ สร้างแตกต่างจากตัวโรงแรมสมัยก่อนได้ และนี่จึงจะเป็นการสร้างจุดขายเราได้ง่ายกว่า ซึ่งความต้องการในตลาดป่าตองจึงเป็นจุดมุ่งหมายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความต้องการมีแน่นอน หลังจากผ่านช่วงโควิดมา ราคาห้องพักก็ดีขึ้นจากราคาปกติ ราคาของห้องพักที่ป่าตองมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงอัตราการเข้าพักของป่าตองโดยเฉลี่ยทั้งปี ก็ดีกว่าโรงแรมในเขตพื้นที่อื่น ๆ ที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตด้วย จึงทำให้เราตัดสินใจเลือกที่จะปักหมุดที่ป่าตองเป็นหลัก

                  นอกจากนี้ นายพัทธนันท์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโรงแรมที่เกิดขึ้นมาใหม่จะมีการปรับตัวและมีการบริการที่เปลี่ยนแปลงไปให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักจะต้องมีเพิ่มเติม หรืออาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ไม่สามารถทำเป็นห้องพักรูปแบบเดิมๆได้ อีกอย่างป่าตองจะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ทั้งในเรื่องกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อม เชื่อว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่าน ที่ทำธุรกิจในป่าตองจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพราะว่าจุดคุ้มทุนมันเริ่มทำได้ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงสร้างรายได้สูงขึ้น และใช้ประโยชน์ของที่ดินได้มากขึ้น โรงแรมที่ประกาศขายก็จะมีนักลงทุนสนใจจะเข้ามาปรับปรุงโรงแรมให้มีสภาพที่ดีขึ้น หรือคุ้มทุนในการลงทุนมากขึ้น

                ในส่วนจุดเด่นของ โรงแรม Chateau Du Village เราจะเน้นเรื่องคอนเซ็ปต์และดีไซน์ คือ ต้องการสร้างโรงแรมที่มีรูปลักษณ์ที่แตกต่าง โดยทั่วไปของป่าตองเนื่องจากเทรนเก่าจะเป็นโรงแรมสไตล์แบบไทยๆ หรือ เป็นแบบสไตล์โมเดิร์นไปเลย ส่วน Chateau เมื่อเป็นโรงแรมจะทำอย่างไรได้บ้าง ให้ผู้ที่เข้ามาพักรู้สึกว่าถึงแม้ว่าโรงแรมจะสร้างเสร็จมานานแล้ว 5 ปี หรือ 10 ปี แต่จะทำอย่างไรไม่ให้รู้สึกว่าล้าสมัย อยากให้รู้สึกอินเทรนอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นโรงแรมแห่งนี้จะต้องมีความคลาสสิคและทันสมัยอยู่ในตัวด้วยเช่นกัน นายพัทธนันท์ ได้กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด

#Phuketprice
#phuketmeedee​
#ChateauDuVillage